Boychoir | จังหวะนี้ใจสั่งมา (2014)

Boychoir

Boychoir

Boychoir | จังหวะนี้ใจสั่งมา (2014)

ทำความรู้จักหนัง musical สักเล็กน้อยว่ามันมีต้นกำเนิดมาจากการแสดงละครเวทีร้องเล่นเต้นรำซึ่งมีข้อจำกัดคือสถานที่คือโรงละครมีหนึ่งเวทีคอยปิดม่านเปลี่ยนฉาก ดังนั้นต่อมาจึงเริ่มมีการพัฒนานำละครเวที musical มาทำเป็นหนัง โดยจุดเด่นคือการสร้างโปรดักชั่นเลิศหรูอลังการที่ละครเวทีไม่สามารถทำได้ แถมยังสามารถใช้การกำกับภาพสร้างจุดโฟกัสให้ผู้ชมได้ตามใจอีกด้วย ทั้งนี้หนัง musical ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของการร้องเพื่อแสดงถึงอารมณ์หรือความเปลี่ยนแปลงของตัวละคร Boychoir  จังหวะนี้ใจสั่งมา ก็เป็น หนังชนโรง อีกเรื่องที่น่าสนใจดี

Boychoir  จังหวะนี้ใจสั่งมา เป็นภาพยนตร์แนว เพลงดนตรี Musical สเต็ตสัน เทท เป็นนักเรียนอายุ 12 ปีที่มีความวุ่นวายและมักจะเดือดร้อน แต่แสดงความคล้ายคลึงตามธรรมชาติกับดนตรี แม่โสดของเขาซึ่งกำลังดิ้นรนกับปัญหาการดื่มเสียชีวิตในอุบัติเหตุทางรถยนต์ พ่อของเขาซึ่งมีภรรยาและลูกสาวสองคนส่งเขาไปยังโรงเรียนประจำดนตรีชั้นนำ สถาบันแห่งชาติบอยชัวร์ เพื่อเก็บความลับการดำรงอยู่ของสเตท สเตทได้รับการยอมรับเนื่องจากความสามารถในการออกเสียงของเขา แต่ยังรวมถึงจำนวนเงินที่ใจกว้างที่พ่อจ่ายให้พวกเขาสเตทดิ้นรนที่จะเข้ากันได้ เพราะนักเรียนคนอื่นๆ เป็นเด็กที่มีสิทธิพิเศษ และเขาไม่สามารถอ่านดนตรีได้ พฤติกรรมของสเตทยังเป็นปัญหาสำหรับพนักงานบางคน อย่างไรก็ตาม เขาทำงานหนัก เรียนรู้ทฤษฎีดนตรีและฝึกเทคนิคการร้องเพลงของเขา และกลายเป็นหนึ่งในนักร้องที่ดีที่สุด ซึ่งทำให้เขาสามารถเข้าร่วมทัวร์ของคณะประสานเสียงได้ครอบครัวของพ่อของสเตทได้รับตั๋วที่ส่งโดยสถาบันโดยไม่ระบุชื่อสำหรับการแสดงที่สำคัญของประสานเสียง พ่อของสเตทไม่อยากไป เพราะกลัวที่จะเปิดเผยลูกชายลับของเขา แต่ครอบครัวเข้าร่วม

จังหวะนี้ใจสั่งมา

หลังจากคอนเสิร์ต เขาตัดสินใจย้ายสเตทไปโรงเรียนในสวิตเซอร์แลนด์ แต่สเตทได้รับการสนับสนุนจากพนักงานคาร์เวลปฏิเสธที่จะไป คาร์เวลขู่พ่อให้เปิดเผยความลับ และพ่อเก็บสเตทไว้ที่โรงเรียนสเตทและเดวอน นักเรียนอีกคนพัฒนาความสัมพันธ์ที่ขัดแย้งกัน เดวอนเปิดเผยประวัติอาชญากรรมของแม่ของสเตทให้กับนักเรียนคนอื่นๆ ทำให้สเตทเอาชนะเขาในห้องของเขา คณะกรรมการครูพิจารณาการลาออกสำหรับทั้งสองฝ่าย แต่ชะลอการตัดสินใจเนื่องจากนักเรียนเหล่านั้นจำเป็นสำหรับการเป็นตัวแทนในนิวยอร์ก ตัวแทนของนิวยอร์กไม่มีเหตุการณ์ใดๆ แต่ไม่นานหลังจากนั้น เสียงของสเตทเริ่มเปลี่ยนแปลงเมื่อเขาโตขึ้นในที่สุดพ่อก็บอกครอบครัวของเขา และภรรยาของเขายอมรับสิ่งนี้ สเตทเริ่มอยู่กับพวกเขา

ปกติเราชอบหนังเพลง หรือหนังอะไรก็ตามที่ว่าด้วยคนสักคน (หรือสักกลุ่ม) ได้รับแรงบันดาลใจจากเสียงดนตรีจนเปลี่ยนชีวิต หรือหนังแนวครูสอนลูกศิษย์ให้พวกเขามีเข็มทิศชีวิตนำทาง แบบนั้นผมยิ่งชอบเลยล่ะ ซึ่งในเบื้องต้น Boychoir ก็มีลักษณะแบบนั้นเหมือนกัน เพียงแต่การเล่าเรื่องอาจไม่หวือหวาสักเท่าไร ทำให้ความน่าติดตามไม่มากเท่าที่คิด แต่สำหรับหลายๆ คนอาจชอบเพราะมันดูไม่ปรุงหรือดู “จริง” ดี จุดนี้คงแล้วแต่รสนิยมจริงๆ ดาราที่มาแสดงนั้นก็คัดมาดีล่ะครับเสือเตี้ย Dustin Hoffman ยังคงเล่นหนังได้อย่างลื่นไหล รับบทอะไรพี่แกก็เป็นบทนั้นได้อย่างสนิทใจ เช่นเดียวกับ Garrett Wareing ที่รับบท สเตท เด็กวัย 11 ปีที่มีปัญหาด้านอารมณ์ แต่แล้วเขาก็ได้ดนตรีนี่แหละที่ช่วยกลมเกลา รายนี้ก็เล่นได้โอเคเช่นกัน ส่วนดาราสมทบอย่าง Josh Lucas และ Debra Winger ก็เสริมอารมณ์ได้แบบพอเหมาะ

Boychoir

แต่จุดที่เรารู้สึกยังไม่อินคืออารมณ์ของหนังที่ยังไม่สุด จริงๆ ทิศทางของเรื่องราวนั้นเราพอเดาได้ ดูแล้วจริงๆ ก็รู้สึกว่าหนังดีครับ เพียงแต่ยังไม่ถึงขั้นชอบ ไม่เหมือนพวก Mr.Holland’s Opus, Music of the Heart, The Chorus, Billy Elliot หรือกระทั่ง Sister Act 2 ที่คุณภาพของหนังอาจไม่เท่าเรื่องนี้ แต่ถ้าพูดในแง่ความสนุกเพลินลิ้นแล้ว หนังชนโรงHD เรื่องนั้นก็จัดว่าตอบโจทย์บันเทิงได้โอกว่าขอย้ำครับว่าผมยังอยากให้ทุกท่านดูหนังเรื่องนี้ เพราะจริงๆ ก็เป็นหนังที่ดีเรื่องหนึ่ง สอนแนะนำให้กับเรารู้จักลุกขึ้นหลังเจอเรื่องเลวร้ายในชีวิต เพียงแต่ในแง่ความลื่นแล้วอาจยังไม่มากเท่านั้นเอง ยังไงก็อยากให้ทุกคนได้ดุนะ