Final Score | 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์ (2007)

Final Score

Final Score | 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์ (2007)

ในช่วงหนึ่งของชีวิตการศึกษาทุกคนคงจำความรู้สึกนั้นได้ดี.. ย้อนกลับไป 15 ปีที่แล้ว มีหนังเรื่องหนึ่งที่นำเสนอเรื่องราวที่วัยรุ่นอายุ 17 ทุกคนจะต้องประสบพบเจอ ซึ่งก็คือการเอนทรานซ์ที่ต้องสอบ โอเน็ต-เอเน็ต ช่วงเวลาสุดโหดในความจาก เว็บดูหนัง ทรงจำทั้งกดดันและสับสน แต่สุดท้ายทุกคนก็ผ่านมันมาด้วยดี และเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 15 ปี หนัง Final Score 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์ ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์ เฟซบุ๊ก GDH เล่าต่อเรื่องราวของกลุ่มหนุ่มน้อยในวันนั้นที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ เราจึงขอแนะนำภาพยนตร์เรื่องนี้ทุกคนได้ดู

Final Score  365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์  เป็นภาพยนตร์แนว สารคดี Documentary ภาพยนตร์เรื่องนี้เน้นเรื่อง สุวิกรม “เปอร์” อมรานนท์ นักเรียนไทยชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ณ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพฯ และเพื่อน 3 คน คือ บิ๊กโชว์ ปอด และเรือ พวกเขาถูกแสดงว่าเป็นนักเรียนโดยเฉลี่ย ไม่ศึกษาเป็นพิเศษ แต่ยังคงเชื่อฟังพ่อแม่ของพวกเขาและมีความหวังในโอกาสที่จะเข้ามหาวิทยาลัยในประเทศไทยภาพยนตร์เรื่องนี้ติดตามเด็กชายตลอดหนึ่งปี ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2548 ถึงเดือนพฤษภาคม 2549 นักสารคดีโซรายา นากาสุวรรณ ไม่เคยได้ยินคำถามของเด็กผู้ชาย เพียงแค่ปล่อยให้ลูกเรือกล้องของเธอติดตามเด็กผู้ชายตลอดวันของพวกเขาที่โรงเรียนที่บ้านกับครอบครัวของพวกเขาหรือเพลิดเพลินกับการหยุดเรียนในขณะที่กำลังเยี่ยมชมชายหาดและเข้าร่วมเทศกาลดนตรีร็อค

365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์

เพื่อที่จะมีคุณสมบัติเข้าเรียนในคณะมหาวิทยาลัย นักเรียนจะต้องสอบมาตรฐาน ในประเทศไทยข้อสอบเหล่านี้คือข้อสอบ O-Net/A-Net จำเป็นต้องมีคะแนนขั้นต่ำในการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยและคณะมหาวิทยาลัยบางแห่ง บังเอิญการสอบเดือนกุมภาพันธ์ 2549 ที่เด็กชายทำถูกตีด้วยข่าวอื้อฉาวหลังจากที่รายงานผลการสอบไม่ถูกต้อง นักเรียนประมาณ 300,000 คนได้รับผลกระทบจากความผิดพลาด โดยหลายคนงงกับการได้รับผลการทดสอบเมื่อพวกเขาไม่ได้ทำการทดสอบด้วยซ้ำอย่างไรก็ตาม เด็กผู้ชายต้องเผชิญกับแรงกดดันในการสอบและการรายงานคะแนนที่ผิดพลาดและในที่สุดก็ชนะการเลือกสาขาวิชาและมหาวิทยาลัยของพวกเขา

อย่างที่บอกครับว่าหนังน่าสนใจ ครั้นพอดูแล้วก็รู้สึกโอเคในระดับหนึ่ง สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือนี่เป็นหนังสารคดีครับ โทนย่อมต่างไปจากหนังปกติที่มีการผูกปม เล่นกับอารมณ์หรือวางสถานการณ์สร้างความอินให้กับผู้ชม ซึ่งในเรื่องนี้อาจมีการเซ็ทฉากบ้าง แต่โดยรวมก็ถือว่าดิบสไตล์สารคดี เพียงแต่ความน่าติดตามอาจยังไม่มาก การร้อยเรียงเรื่องราวก็ยังไม่ถึงกับลงตัวเต็มร้อย เพราะจริงๆ แม้จะเป็นหนังสารคดี แต่การเล่าเรื่องให้คนดูจมลงไปกับเรื่องราวก็ยังสามารถทำได้ แบบที่ Fahrenheit 9/11 หรือหนังสารคดีที่มีแต่ดนตรีอย่าง Koyaanisqatsi เคยทำสำเร็จมาก่อนแต่กระนั้นเราก็รู้สึกชอบหนังอยู่ครับ หลายตอนดูแล้วมันชวนให้นึกย้อนไปถึงวันเก่าๆ สมัยเรียน สมัยเล่นกับเพื่อน สมัยคุยกับพ่อแม่ (แล้วลงเอยด้วยการเสียงแข็งใส่กัน) สมัยกวดวิชา สมัยนอนดึกเพื่อ่อานหนังสือ สมัยอ่านหนังสือไม่ทัน สมัยลุ้นผลสอบ สมัยมีรักในวัยเรียน ฯลฯฉากที่เราชอบที่สุดต้องยกให้ช็อตสุดท้าย เมื่อเพลง “วัน เดือน ปี” ถูกเปิดขึ้น แล้วภาพวันเก่าๆ ของเหล่าเด็กๆ ในเรื่องก็ค่อยๆ ย้อนขึ้นมา ในจังหวะนั้นเองในหัวเราก็เกิดมีภาพเก่าๆ สมัยเรียนผุดขึ้นมาเหมือนกันถ้าให้ว่ากันตรงๆ 

Final Score

หลังจากเราดูภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ จากเว็บดูหนังHD หนังอาจยังไม่สามารถทำให้เราอินไปกับเรื่องราวของน้องๆ ในเรื่องได้ แต่มันก็มีดีพอที่จะทำให้เราย้อนรำลึกถึงเรื่องของตัวเองเมื่อวันเก่าได้สำเร็จ… หนังเรื่องนี้สำหรับเราแล้ว จึงถือว่ามีดีในการปลุกวันคืนเก่าๆ เมื่อตอน Ent ให้คืนชีพมาสร้างรอยยิ้มและปริ่มน้ำตาได้ในระดับหนึ่งอีกฉากที่โดนใจคือตอนน้องๆ เปิดเน็ทเพื่อดูผลสอบ แล้วกว่าเน็ทมันจะโหลดได้แต่ละหน้าก็ช้าเหลือประมาณ เล่นเอาเกร็งลุ้นหนักกว่าเก่า (คนที่เคยผ่านชีวิตเน็ต 54k มาก่อนน่าจะรู้ซึ้งถึงอารมณ์นั้นได้ดี ) การดู Final Score ทำให้สมองน้อยๆ ขบคิดอะไรหลายอย่าง อย่างแรกคือการย้อนมองตัวเองในอดีต ว่าทำไมหนอเราถึงไม่ขยันอ่านหนังสือแต่เนิ่นๆ เพราะเราน่ะเป็นหนึ่งในคนที่ชอบเริงร่าฮาเฮไปกับชีวิต ครั้นพอใกล้สอบค่อยกอบหนังสือมาอ่านทีเดียว ทำให้ช่วงใกล้สอบ Ent นั้นต้องผันตัวเองเป็นคนนอนดึกและติดการนอนดึกมาจนถึงทุกวันนี้

Please (Her) | วอน (เธอ) (2020)

Please (Her)

Please (Her) | วอน (เธอ) (2020)

อยูบ้านกันยาวๆ แบบนี้ กิจกรรมแก้เบื่ออาจจะมีไม่เยอะเท่ากับการออกไปหาประสบการณ์นอกบ้าน แต่การพักผ่อนนอน ดูหนังฟรีออนไลน์ ซีรีย์ ก็ถือเป็นกิจกรรมยอดฮิตที่ทุกคนบ้านทำกัน คู่รักไหนที่อยู่บ้านแล้วกำลังมองหาหนังรักดีๆ อยู่ เราขออแนะนำภาพยนตร์ไทยเรื่อง Please (Her)  วอน (เธอ) ที่บอกเลยว่ากับ Concept ที่น่าสนใจมาก

Please (Her)  วอน (เธอ)  เป็นภาพยนตร์แนว ดราม่า Drama เพราะความรัก… ไม่ได้มีแค่ด้านเดียว” ทำให้หนัง วอน (เธอ) ถูกบอกเล่าเรื่องราวผ่าน 4 คน 4 มุมมอง ของกลุ่มเพื่อนนักศึกษา ที่ให้บังเอิญว่า เพื่อน 3 คน แอบหลงรักผู้หญิงคนเดียวกัน เริ่มจาก เดี่ยว (มีน-พีรวิชญ์) เพื่อนที่แอบปลื้มและพร้อมทำทุกอย่างเพื่อเนเน่ ต่อด้วย โอม (เซ้นต์-ศุภพงษ์) หนุ่มแบดบอยเสน่ห์แรงที่หวังจะกลับใจเมื่อเจอเนเน่ แต่เขาจะทำได้ไหม? จนมาถึง บิว (พีค-ภีมพล) เพราะรู้ว่าเพื่อนแอบชอบเนเน่อยู่ จึงทำให้คิดกับเนเน่ได้แค่เพื่อน และท้ายที่สุดกับ เนเน่ (ฟ้า-ษริกา) สาวสวยดาวคณะที่ใครๆ ต่างก็หลงรัก ผู้หญิงที่เป็นจุดศูนย์ของเรื่อง และเป็นบทสรุปของทุกความสัมพันธ์ การเล่าเรื่องเหตุการณ์เดียวผ่านมุมมองของตัวละครที่แตกต่างกัน ความสนุกของวิธีการเล่าเรื่องแบบนี้อยู่ตรงที่การเล่นกับความแตกต่างผ่านมุมมองของแต่ละตัวละคร 

วอน (เธอ)

เดี่ยว (มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร) นักศึกษาหนุ่มผู้เป็นตัวแทนของคําว่าเพื่อน เขาเป็นคนอบอุ่น เอาใจ ดูแล เทคแคร์  ศึกษาและอยากเข้าใจคนที่เรารัก เดี่ยวตกหลุมรักเนเน่ เป็นคนแรก และเป็นคนที่เนเน่ขออยู่ใกล้ที่สุดแต่ใกล้แค่ไหน ดีแค่ไหน รักแค่ไหนก็เป็นได้แค่ตัวแทน เป็นได้แค่สายมโน แอบรักเพื่อน อยากได้เพื่อนเป็นแฟน โอม (เซ้นต์-ศุภพงษ์ อุดมแก้วกาญจนา ) หนุ่มแบดบอย ที่อยากทําทุกอย่างด้วยตัวเอง เขาเชื่อว่ารูปลักษณ์ภายนอกไม่เกี่ยวกับจิตใจ ทุ่มเททุกอย่างให้เพื่อนและคนรักแบบสุดใจแอบแบกความรู้สึกไว้เสมอ ผู้จมอยู่กับความหลัง ลืมไม่ลง หันไปทางไหนก็ มีเธออยู่ทุกๆที่ และเขายอมเจ็บ ยอมเป็นคนเลวเพื่อให้คนที่รักมีความสุข บิว (พีค-ภีมพล พาณิชย์ธำรง) ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบในความรู้สึกของเนเน่ เป็นคนที่เนเน่รัก แต่สําหรับบิวแล้ว เนเน่เป็นแค่เพื่อน

 เพราะเขาหัวใจมีให้ใครบางคนไปแล้ว เวลาอยู่กับเพื่อนแล้วพร้อมที่จะเฮฮา คอยสร้างเสียงหัวเราะและสีสันให้ทุกๆ คนที่อยู่รอบตัวคิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเองเนเน่ (ฟ้า-ษริกา สำรทศิลป์ศุภา) เป็นสาวช่างฝันหญิงสาวที่ค้นหาคนที่จะรักเธอและใช้ชีวิตอย่างที่ตนเองต้องการ หลังเข้ามหาวิทยาลัย คือการได้เจอเพื่อนใหม่ เจออะไรใหม่ๆ ทําให้เธออยากลองใช้ชีวิตให้เต็มที่ ชีวิตเลยโฟกัสไปเรื่องเพื่อนตัวแทนคนรักและแฟน  เป็นรูปแบบการเล่าเรื่องที่ท้าทายให้คนดูค่อยๆ ต่อจิ๊กซอว์จากแต่ละเรื่องราว ในตอนท้ายอาจเฉลยให้เห็นเรื่องราวที่ถูกต้องที่สุด  หรืออาจไม่ให้เห็นเลยก็ได้ เป็นภาระของคนดูที่ต้องตีความและทำความเข้าใจเอาเอง

Please (Her)

หลังจากเรา ดูหนังฟรีออนไลน์HD เราชอบไอเดีย แต่เสียดายในหลายจุด หนังมาดีขึ้น ช่วง 2 ตอนหลัง กับเรื่องของบิวและเนเน่ ที่องค์ประกอบของเรื่องราวเริ่มเข้าที่เข้าทาง ซึ่ง 2 ตอนหลังนี่เอง ถึงทำให้รู้สึกว่าได้ดูหนังเรื่องนี้จริงๆ อาจเพราะประเด็นหลักของเรื่องวนเวียนอยู่กับเรื่องราวความรัก ความพยายามเผยความในใจ การพิสูจน์ตัวเอง การไม่ได้ปูพื้นตัวละครให้คนดูรู้จักมากพอ การเล่าเรื่องเฉพาะช่วงที่เกี่ยวข้องกับตัวละครในตอนของตัวเอง ที่ยังไม่ทันไต่กราฟความน่าสนใจและน่าติดตามได้เพียงพอ แต่เหมือนเป็นภาคบังคับ ที่ต้องพาตัวละครไปสู่บทสรุปในตอนของตัวเองให้ได้ทำให้บางช่วงบางตอน เราอาจไม่สามารถทำความเข้าใจกับการแสดงออกของตัวละคร โดยเฉพาะช่วง 2 ตอนแรกของหนัง เรื่องของเดี่ยวและโอม หนังมาดีขึ้น ช่วง 2 ตอนหลัง กับเรื่องของบิวและเนเน่ ที่องค์ประกอบของเรื่องราวเริ่มเข้าที่เข้าทาง ซึ่ง 2 ตอนหลังนี่เอง ถึงทำให้รู้สึกว่าได้ดูหนังเรื่องนี้จริงๆ

Best Of Times | ความจำสั้น แต่รักฉันยาว (2009)

Best Of Times

Best Of Times | ความจำสั้น แต่รักฉันยาว (2009)

วันนี้เราเลยขอนำเสนอหนังรักโรแมนติกของไทยที่เคยออกฉายสร้างความประทับใจให้กับใครหลาย ๆ มาให้คนมีความรักได้นั่งดูด้วยกันเพื่อเพิ่มความหวานให้กับชีวิต ดูหนังฟรีออนไลน์ ถ้าอยากรู้ว่าหนังรักฉบับไทยที่เราคัดมาจะมีอะไรควรหามาดูบ้าง ก็ตามมาดูกันเลยกับภาพยนตร์เรื่อง Best Of Times  ความจำสั้น แต่รักฉันยาว บอกเลยเรื่องนี้ดีตั้งแต่นักแสดงบทยันเพลงประกอบ

Best Of Times  ความจำสั้น แต่รักฉันยาว  เป็นภาพยนตร์แนว โรแมนติก Romance 8 ปีก่อน เก่ง ขอร้องให้โอม ช่วยแต่งเพลงให้กับหญิงสาวที่ชอบในขณะที่เรียนกวดวิชาโดยที่ไม่รู้ว่าหญิงสาวที่ตนแอบชอบมาตลอดนั้นคือ ฝ้าย แฟนของโอมเพื่อนสนิทของเขา เก่งเลยผิดหวังในความรักครั้งแรก 8 ปีต่อมา เก่งกับโอมไปเที่ยวสังสรรค์ที่ผับจนเมาและโดนข้อหาเมาแล้วขับ ทั้งคู่ติดคุกโอมโทรให้ฝ้ายมาประกันตัว เก่งจึงได้พบฝ้ายอีกครั้ง ระหว่างเดินทางกลับฝ้ายขับรถไปชนสุนัขตัวหนึ่งที่อยู่ข้างทาง ฝ้ายสงสารมากจึงเก็บมาเลี้ยงที่คลินิกของเก่งซึ่งเป็นสัตวแพทย์อยู่ โดยตั้งชื่อให้สุนัขตัวนั้นว่าสะพานลอย เก่งถูกให้มาบำเพ็ญประโยชน์โดยการสอนคอมพิวเตอร์ผู้สูงอายุแทนครูคนเก่าที่ตั้งท้องอยู่ เก่งได้พบเจอกับความรักของป้าสมพิศ (ศันสนีย์ วัฒนานุกูล) และลุงจำรัส  หญิงชายสูงอายุที่พบรักกันในห้องเรียนคอมพิวเตอร์ โดยเก่งได้รู้ภายหลังว่าครอบครัวของทั้งสองฝ่ายไม่พอใจที่ทั้งสองคบกัน 

ความจำสั้น แต่รักฉันยาว

วันหนึ่งป้าสมพิศได้ออกจากบ้านไปเที่ยวชุมพรซึ่งเป็นบ้านของลุงจำรัสโดยที่ไม่ได้บอกทางครอบครัว ทำให้ทางครอบครัวของป้าสมพิศเป็นห่วงอย่างมาก เก่งเลยโกหกทางครอบครัวของป้าสมพิศ ว่ากลุ่มนักเรียนของตนได้จัดทัวร์ไปเที่ยวเกาะและจะไปชุมพร ฝ้ายเมื่อรู้ว่าเก่งมีความจำเป็นที่ต้องไปชุมพรมากเลยอาสาขับรถไปให้ เมื่อทั้งคู่ถึงบ้านสวนของลุงจำรัสก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีโดยการได้กินผลไม้จากสวน ทั้งคู่ได้พูดคุยกับป้าสมพิศ คืนหนึ่ง ลุงจำรัสออกไปหาผลไม้มาให้รับประทาน ตอนกลับลุงลืมว่าเดินมาทางไหน จนกว่าจะกลับมาได้ก็ใช้เวลานานหลายชั่วโมง วันต่อมาลุงจำรัสได้แนะนำให้เก่งกับฝ้ายรู้จักกับต้นชมพู่มะเหมี่ยวที่เปรียบเหมือนแรงบันดาลใจให้ลุงจำรัสมีกำลังได้สู้ต่อไป คืนนั้นเก่งกับฝ้ายไปขึ้นเรือหมึกด้วยกัน เก่งจึงได้รู้ว่าโอมกำลังจะแต่งงานใหม่ ฝ้ายจึงโทรไปต่อว่าโอมอย่างรุนแรง เก่งกับฝ้ายจึงถกเถียงกันในเรื่องความรักในสมัยก่อน ฝ้ายจึงรู้ว่าเก่งแอบชอบตนมาโดยตลอดโดยไม่มีวันลืม ด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้ฝ้ายเกิดจูบเก่งขึ้นมา วันรุ่งขึ้นเก่ง ฝ้ายและป้าสมพิศเดินทางกลับกรุงเทพ 

พอส่งป้าสมพิศที่บ้านเสร็จ เก่งกับฝ้ายก็ถกเถียงกันเรื่องความรักระหว่างโอมกับฝ้าย ทำให้ฝ้ายเสียใจเป็นอย่างมาก เก่งกับโอมพ้นโทษจากบำเพ็ญประโยชน์ เก่งได้พูดคุยกับโอมทำให้รู้ว่าโอมนั้นแต่งงานกับคนอื่น เพราะว่าโอมคิดว่าฝ้ายนั้นยังไม่ใช่สำหรับตน ในระหว่างที่เขากำลังพูดคุยกับนักเรียนคนอื่นๆ ป้าสมพิศได้เดินเข้ามาถามถึงลุงจำรัส เมื่อไม่พบเก่งจึงตัดสินใจประกาศหาคนหาย สุดท้ายก็พบลุงซึ่งตอนนี้ลุงป่วยเป็นอัลไซเมอร์ในระยะเริ่มต้น ป้าสมพิศเมื่อรู้ก็ตกใจและเสียใจมาก เมื่อบ้านสวนของลุงจำรัสกำลังจะถูกขาย เก่งยังอยากให้เหลือสิ่งที่ลุงจำรัสรักไว้ จึงร่วมมือกับฝ้ายตัดต้นชมพู่มะเหมี่ยวแล้วขนย้ายจากชุมพรมาที่บ้านของลุงจำรัส ลุงจำรัสมาเห็นก็รู้สึกดีใจ ป้าสมพิศกับลุงจำรัสมีโอกาสได้คุยกัน เพราะป้าสมพิศกำลังจะเดินทางไปอเมริกาเพื่อไปอยู่กับลูกที่นั่นอย่างถาวร

Best Of Times

หลัง ดูหนังฟรีออนไลน์HD จบแล้ว เราชอบมากๆ ความจำสั้น แต่รักฉ้นยาว อาจจะไม่ใช่หนัง GTH ที่คนจดจำได้มากเท่าไหร่ แต่หลังจากที่ได้เอากลับมาชมอีกรอบ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมได้คิดคือ ถ้าเรามีช่วงเวลาดีดีที่ได้ทำกับคนที่เรารัก เราควรจะทำดีต่อกันให้มากที่สุด วันนึง เมื่อเค้าอยู่กับตัวเอง แล้วเค้านึกถึงเรื่องระหว่างเราสองคน เค้าจะได้อมยิ้ม และมีความสุขในการที่จะได้ระลึกถึงช่วงเวลาดีๆที่ทำร่วมกันมา ผมว่านี่แหละที่น่าจะเรียกว่าคนใช้ชีวิตและคนที่ดูแลความรักได้เป็นอย่างดี เป็นหนังที่น่าประทับใจและน่าไปหามาชม

A Werewolf Boy | วูฟบอย (2012)

A Werewolf Boy

A Werewolf Boy | วูฟบอย (2012)

พอพูดถึงพระเอกเกาหลีที่มาแรงแซงทางโค้งคงหนีไม้พ้นชายที่ชื่อ ซงจุงกิ  เป็นอีกหนึ่งปีที่แฟนๆ จะได้เห็นผลงานของ ซงจุงกิ กันแบบจุใจ ตั้งแต่ Space Sweepers ภาพยนตร์ เว็บหนังHD ไซไฟฟอร์มยักษ์ของ Netflix ต่อด้วย Vincenzo ที่กำลังโด่งดังในช่วงนี้เป็นกระแสทั่วบ้านทั่วเมือง ไปไหนก็มีแต่คนพูดถึงวันนี้เราก็เลยอยากแนะนำภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องที่เขาว่ากันว่าเป็นภาพยนตร์ที่ทำให้ซงจุงกิดังเป็นพลุแตก กับภาพยนตร์น่ารักๆ เรื่อง  A Werewolf Boy วูฟบอย จะน่ารักดูแล้วอมยิ้มหรือไหมต้องลงไปดูกัน

A Werewolf Boy วูฟบอย เป็นภาพยนตร์เกาหลีใต้แนว โรแมนติก Romance หนังเริ่มเรื่องที่คุณยายซุนอีซึ่งอาศัยอยู่กับครอบครัวอบอุ่นที่อเมริกา เธอได้รับโทรศัพท์จากเกาหลีว่าจะขายบ้านหลังเก่าในวัยเด็กของเธอ ทำให้เธอต้องรีบเดินทางมาเกาหลี โดยมีหลานสาว อึนจู ที่เรียนอยู่เกาหลีพาไปบ้านหลังนั้นที่อยู่ในชนบทห่างไกล เรื่องราวในอดีต 47 ปีที่แล้วที่เกิดขึ้น ณ ที่นี่ จึงถูกเล่าเรียงออกมาซุนอี (รับบทโดย พัคโบยอง) เด็กสาววัย 17 สุขภาพปอดไม่ดี เรียนไม่เก่ง มีนิสัยค่อนข้างเก็บตัว แม่พาย้ายมาอยู่ชนบทเพื่อรับอากาศดีๆ ตามคำแนะนำของหมอ พ่อของเธอเคยเป็นนักธุรกิจแต่เสียไปแล้ว เธอจึงอยู่กับแม่ซึ่งเป็นนักเขียนอิสระ (รับบทโดย จางยองนัม) และน้องสาว คือ ซุนจา ( รับบทโดย คิมฮวางกี)จีแท (รับบทโดย ยูยอนซอก) ลูกชายของเจ้าของบ้านหลังนี้ พ่อของเขาก็คือพาร์ทเนอร์ธุรกิจของพ่อซุนอี

วูฟบอย

 ที่ซุนอีรู้อยู่เต็มอกว่าโกงพ่อของเธอ จีแทเป็นหนุ่มสไตล์เมืองกรุงขี้โอ่ เห็นแก่ตัว ใจร้าย ขี้อิจฉา ชอบวางอำนาจ แต่เขารักซุนอี หวังจะได้แต่งงานกับเธอ  จึงขยันมาป้วนเปี้ยนยุ่มย่ามกับครอบครัวเธอเป็นกิจวัตร ซึ่งกลายเป็นการสร้างความรำคาญใจให้ซุนอีซะมากกว่าวันหนึ่ง ที่โรงเก็บของข้างๆ บ้าน ซุนอีพบเด็กหนุ่มสภาพจรจัดคนหนึ่ง มีลักษณะพฤติกรรมกึ่งสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การกิน การไม่พูด มีแต่สายตาระแวงภัยตลอดเวลา แต่ทั้งตำรวจและสำนักราชการประจำหมู่บ้านก็ไม่สามารถหาทางออกหรือจัดที่ไปให้เด็กหนุ่มคนนี้ได้ในทันที  

แม่ซุนอีผู้โอบอ้อมจึงให้เขาอยู่ด้วยกันไปก่อนชั่วคราว ด้วยความสงสาร คิดว่าคงเป็นเด็กถูกทอดทิ้งจากภาวะสงคราม และตั้งชื่อให้สมาชิกใหม่ในครอบครัวคนนี้ว่า ชอลซูชอลซูถูกจับไปอาบน้ำอาบท่า ตัดผม ใส่เสื้อผ้าใหม่ รูปลักษณ์ภายนอกดูดีขึ้นละ  แต่เมื่อสมาชิกใหม่มาร่วมโต๊ะอาหาร ความโกลาหลก็เกิด เพราะสัญชาติญาณการกินที่มูมมามน่ากลัว ความระแวงคนที่ทำให้ใครเข้าใกล้ไม่ได้ ซุนอีจึงคิดสอนเขาให้สามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนปกติได้ ด้วยใช้ตำราฝึกเลี้ยงสุนัข  จนสามารถสั่งให้ทำ สั่งให้หยุด และมีรางวัลลูบหัวชมเชยที่ถูกใจชอลซูอย่างมาก การใช้ชีวิตร่วมกันจึงเป็นไปได้ราบรื่นขึ้น ชอลซูเรียนรู้อะไรใหม่ๆ มากมายจากซุนอี เชื่อฟังซุนอีทุกอย่าง สามารถวิ่งเล่นตามซุนอี ซุนจาและเด็กๆเพื่อนบ้านได้อย่างกลมกลืนสนุกสนาน

A Werewolf Boy

หลังจากเราชมภาพยนตร์  เว็บหนังภาพคมชัด เรื่องนี้จบสำหรับเราเราว่าเรื่่องนี้ ถ้าให้พูดกันตามจริง มันอาจจะดูเฉยๆ แต่พอได้ดูมันก็แอบสนุกกว่าที่คิด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดูแล้วเครียดนะมันเครียดแทนตัวละคร สำหรับเนื้อหาและการออกแบบตัวละคร เป็นอะไรที่ใหม่มาก ตั้งแต่ดูหนังมายังไม่เคยเจอพระเอกคาแรคเตอร์ เรื่องราวแบบนี้เลย ส่วนปมเรื่อง เราไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ สงสารพระเอก เรื่องนี้โดยรวม เราก็ชอบนะ โดยเฉพาะครึ่งแรกของเรื่องนะ ปูมาได้ดีเล่าได้สนใจแต่พอเข้า ครึ่งหลังเริ่มน่ารำคาญแหละ เราว่าบทมันสดใหม่แต่ก็แอบไม่สนุกเท่าที่ควร ด้านเทคนิคภาพยนตร์ทำได้ดีตามมาตรฐานยกเว้นงานภาพที่แอบเฉิ่มๆ ไปนิดแต่ด้านอื่นไม่แย่ รวมๆ เราว่าเป็นอีกเรื่องที่สนุกน่ารักอาจจะไม่ได้ดีจัดๆแต่พอดุเพื่อความบันเทิงได้

Love U Kohk-E-Kueng | เลิฟยูโคกอีเกิ้ง (2020)

Love U Kohk-E-Kueng

Love U Kohk-E-Kueng | เลิฟยูโคกอีเกิ้ง (2020)

หลายๆคนน่าจะเคยดุละครไทยกันนะ ละครไทยมักมีเนื้อหาไม่ยาวนักและมักจะมีตอนเดียวจบ จนกระทั่งละครไทยเริ่มเฟื่องฟูไปพร้อมๆ กับเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนา จึงมีการเปลี่ยนจากละครแสดงสดเป็นรูปแบบเทปบันทึกภาพ และนำฉายตามช่วงเวลาต่างๆ ทำให้ละครไทยได้รับความนิยมจากผู้ชมมากยิ่งขึ้นไปอีก โดยเนื้อหาของละครไทยส่วนมากจะมีเนื้อเรื่องไปทางเดียวกัน คือเน้นเรื่องความรักและมักจะมีตอนจบที่สวยงามเสมอ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็มีแนวอื่นๆ หนังชนโรง แต่ละครบางเรื่องก็เลยได้รับความนิยมจนถูกไปต่อยอดเป็นภาพยนตร์อย่างเรื่อง Love U Kohk-E-Kueng  เลิฟยูโคกอีเกิ้ง ที่ต่อยอดจากละครเรื่อง ผู้บ่าวอินดี้ ยาหยีอินเตอร์

Love U Kohk-E-Kueng  เลิฟยูโคกอีเกิ้ง เป็นภาพยนตร์แนว ตลก Comedy เป็นเรื่องราวของ บักพล คืนสู่บ้านเกิด แล้วมาพบว่า แหม่ม ลูกครึ่งสาวอีสานที่แอบรักมานานกำลังถูกพ่อ บักจอห์นนี่ ฝรั่งขี้เมา บังคับแต่งงานกับลูกครึ่งฝรั่งอีสานด้วยกัน ร้อนถึงเหล่าสมาชิกวงกลองยาวโคกอีเกิ้งเริงร่าครอบครัวบักพล นำโดย พ่อปั้น-แม่ป่อง ต้องเฮโลมาช่วยทำให้งานแต่งล่ม เป็นผลให้คืนนั้นบักพลจำเป็นต้องพาแหม่มหนี เข้ากรุงเทพ ทิ้งจอห์นนี่ให้เสียใจหันไปพึ่งเหล้าจนเกิดเรื่องราวน่าสะพรึงโดยที่สองหนุ่มสาวไม่คาดคิด ความเฮี้ยนของผีจอห์นนี่-ผีฝรั่งเว้าอีสานตัวแรกของโลก ทำให้โคกอีเกิ้งขนหัวลุกและฮาป่วน ขณะที่บักพลกับแหม่มเกือบจะปล่อยใจคลุกวงในได้เสียเป็นผัวเมียก็ได้ข่าวว่าพ่อจอห์นนี่ตายแล้ว บักพลพาแหม่มกลับมาขอขมา

เลิฟยูโคกอีเกิ้ง

 แต่ผีจอห์นนี่ก็ยิ่งเฮี้ยนเล่นงานบักพลและครอบครัวหนัก บักพลจึงต้องพิสูจน์ความรักให้ว่าที่พ่อตาเห็นด้วยการเดิมพันชกมวยล้างหนี้ของบักจอห์นนี่ โดยมีแหม่มกับค่ายมวยศ.โคกอีเกิ้งของจอห์นนี่ และศักดิ์ศรีของชาวโคกอีเกิ้งเป็นเดิมพัน ศึกครั้งนี้ของบักพลช่างใหญ่หลวงนักเรียกได้ว่าหนังได้ทำการเซอร์วิสคนดูได้อย่างเต็มอัตรา เห็นได้จากการยัดใส่มุกคลาสสิกต่างๆ เข้ามา ที่แม้จะดูเชยไปสักหน่อยในยุคนี้ แต่ก็เห็นผลลัพธ์ได้ชัดว่ามุกอมตะพวกนี้…น่าจะยังยังเวิร์กกับกลุ่มคนดูหนังไทยในปัจจุบันอยู่ ลายเส้นที่เห็นชัดเจนจากผู้กำกับ ธงชัย ประสงค์สันติ ก็ถือก็หยิบเอาประสบการณ์ส่วนตัวมาใส่เอาไว้ ผู้กำกับเคยเป็นนักแสดงที่คร่ำหวอดในวงการมานาน เล่นหนังตลก-หนังผีมาก็เยอะ 

ดั้งนั้นเขาจึงเอาประสบการณ์ที่เคยผ่านมาของเขามาหยิบใส่หนังเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่ทำให้ภาพที่ออกมาใน Love U โคกอีเกิ้ง กลายเป็นความครื้นเครงเชิงอลหม่านเต็มไปหมด ประหนึ่งเป็นการหยิบเอาจักรวาลหนังบ้านผีปอบกับผีแม่ม่ายมายำๆ ให้ทันสมัยขึ้นมาหน่อย แต่ก็ไม่ลืมที่จะให้กลิ่นอายความคลาสสิกเก่าๆ มาใส่เอาไว้ ที่เห็นได้ว่าก็ยังเป็นจุดที่ทำให้คนดูยังรู้สึกเอ็นจอยกับมุกเก่าๆ ที่ไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้มาสักพักใหญ่แล้ว ทำให้เราได้เห็นบรรดาฉากเชยๆ อย่าง ผีตุ่มน้ำ, ผีขี่คอ หรือ ผีสิงรถ ออกมาเยอะแยะไปหมด แม้จะเชยแต่คนดูยังหัวเราะ

Love U Kohk-E-Kueng

หลังจากเราดู หนังชนโรงHD จบแล้วบอกเลยไม่แย่นะ จะว่าไป Love U โคกอีเกิ้ง ก็เป็นหนังที่จับนั่นจับนี่มาผสมปนเปและคลุกๆ เข้าด้วยกัน เหมือนกินยำรวมมิตรที่ต้องมาลุ้นว่าจะอร่อยหรือไม่ แม้ว่าเมนูจานนี้ออกมาแล้วจะยังพอทานได้ แต่ก็ถือว่ายังให้รสชาติที่ขัดๆ อยู่ประปราย แต่ก็ยังถือว่าหนังยังชูและขับคาแรกเตอร์หลักๆ ของคู่พระนางออกมาได้ดีอยู่ โดยเฉพาะในด้านความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่ยังเน้นและขยายออกมาได้ค่อนข้างน่าพอใจก็เป็นหนังไทยที่ยังคงมาตรฐานความเป็นหนังตลกไทยแบบที่คุ้นเคย มีทั้งผีและมุกคลาสสิกที่กลับมาให้เห็น แม้ว่าแก่นสารของหนังจะค่อนข้างล้มเหลวในการสื่อสารก็ตาม เพราะบทหนังยังเป็นจุดอ่อนหลัก แต่หนังก็สร้างความเอ็นเตอร์เทนให้กับคนดูได้อย่างเต็มที่ นับว่าเป็นการหยิบเอาละครมาหยิบมาขยายบนจอใหญ่อีกเรื่อง ที่อย่างน้อยก็ไม่ซ้ำจากฉบับละคร ก็ถือว่าเป็นหนังที่ดูได้เพลินๆ กับทีมนักแสดงที่เล่นเข้าขากันได้อย่างลื่นไหล เป็นภาพยนตร์ไทยที่สอบผ่านนะแม้ไม่สมบูรณ์เท่าไร

Back to the 90s | 2538 อัลเทอร์มาจีบ (2015)

Back to the 90s

Back to the 90s | 2538 อัลเทอร์มาจีบ (2015)

อัลเทอร์เนทีฟ หากแปลตรงตัวก็คือ “ทางเลือก” พอมาพูดในแง่ของแนวดนตรีก็หมายถึง “ทางเลือกใหม่ สำหรับคนฟังเพลง” โดยเริ่มต้นในทศวรรษ 1980 จนถึงช่วงทศวรรษ 1990 เป็นการผสมผสานหลาย ๆ แนวดนตรี จนเป็นเอกลักษณ์ให้เพลงไทยในขณะนั้น คำว่าอัลเทอร์เนทีฟนั้นอยู่ทั้งในภาษา การแสดงดนตรี แฟชั่นการแต่งตัว เรียกว่าเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมเลยก็ว่าได้ฝั่งประเทศไทยเริ่มได้รับอิทธิพลในช่วง 20, 30 ปีที่ผ่านมา โดยในยุคนั้นวงการดนตรีไทยมักถูกผูกขาดอยู่กับค่ายเพลงเพียงไม่กี่ค่าย ซึ่งหนึ่งในค่ายเพลงเล็ก ๆ ที่กล้ากระโดดออกมาจากกรอบ คือ ค่าย Bakery Music ช่วงยุครุ่งเรืองของอัลเทอร์เนทีฟ ได้ให้กำเนิดศิลปินมากมายที่ตอนนี้เรียกว่าเป็นตำนานก็ไม่ผิดอย่าง Moderndog ที่มีเพลงดังอย่าง “ก่อน” ถูกเผยแพร่ครั้งแรกในอัลบั้ม โมเดิร์นด็อก–เสริมสุขภาพ ในปี 2537 ได้รับเสียงตอบรับดีมาก ติดชาร์จเพลงอันดับ 1 ตามคลื่นวิทยุอย่างยาวนาน กราฟของอัลเทอร์ยังคงพุ่งไม่หยุด กับการปรากฏตัวในปีถัดมาของ พราว ที่มีอัลบั้มออกมาในชื่อเดียวกันกับวงในปี 2538 มีเพลงระดับตำนานอย่าง “เธอคือความฝัน ในปีเดียวกันยังมี สี่เต่าเธอ ที่เกิดจากการรวมตัวของวง สามเกลอ และ Homesic ออกอัลบั้มแรกในชื่อ รวมฮิตปีทอง มีเพลงดังอย่าง “ยังจำ” อัลบั้มนี้ในปัจจุบันก็ได้กลายเป็นอัลบั้มหายากไปแล้วมีศิลปินอีกมากมายที่แจ้งเกิดในยุคนั้นอย่าง Paradox, พราว, Smile Buffalo, อรอรีย์, แมว จิรศักดิ์, Barbies และอื่น ๆ อีกมากมายที่ส่งให้ยุคนั้น กลายเป็นยุครุ่งเรืองของดนตรี และวัฒนธรรมอัลเทอร์เนทีฟอย่างแท้จริง ซึ่งก็ได้มีภาพยนตร์ไทยที่พูดถึงประเด็นอัลเทอร์เนทีฟในไทนในยุค 90s ชื่อภาพยนตร์เรื่อง Back to the 90s  2538 อัลเทอร์มาจีบ เราก็เลยเปิดดูใน เว็บดูหนังออนไลน์ ทันที

Back to the 90s 2538 อัลเทอร์มาจีบ เป็นหนัง โรแมนติก Romance  เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อ ก้อง เด็กหนุ่มวัยรุ่นที่มีโซเชียลมีเดียเป็นบ้านหลังที่สอง มีสมาร์ทโฟนเป็นอวัยวะที่ 33 เขามองว่าความรักก็เหมือนการเล่นไลน์ รักแล้วไม่ต้องรอ แน่นอนว่าเขาไม่เคยเข้าใจความรักของพ่อแม่ที่กว่าจะรักกันได้ต้องใช้เวลาขนาดไหน แต่ไม่ทันไร ก้องก็ได้รู้เรื่องสมใจ เมื่อเขาไปเจอเพจเจอร์ของพ่อที่อยู่ดีๆ ก่อนมีข้อความส่งมาให้โทรกลับ 

2538 อัลเทอร์มาจีบ

เขาจึงไม่รอช้าควักเหรียญหยอดตู้โทรศัพท์โทรไปเบอร์นั้นแล้วภาพก็ตัด ทันทีมื่อก้องได้ลืมตาขึ้นมาอีกที ก็พบว่าตัวเองอยู่ในปี 2538 วงดนตรีอัลเทอร์เนทีฟอย่างวงพราว อรอรีย์ สไมล์บัฟฟาโล่ กำลังโด่งดังแบบสุดๆ และที่สำคัญวัยรุ่นยังจีบกันผ่านเพจเจอร์อยู่เลย ก่อนที่เขาจะได้พบกับพ่อหรือ ตั้ม และแม่หรือ แหม่ม ที่ยังเป็นวัยรุ่นอัลเทอร์ แล้วก้องก็ได้พบกับ ส้ม สาววัยรุ่นสุดเปรี้ยวสมชื่อที่เขาตกหลุมรักเธอรวดเร็ว 

จนอยากเอาเธอมาจีบเสียเหลือเกิน แต่ดูเหมือนจะผิดที่ผิดทางผิดเวลาไปหน่อย เพราะส้มคือมือที่สามที่จะมาแย่งตั้มไปจากแหม่ม พูดง่ายๆ ส้มคือตัวแปรสำคัญที่จะทำให้เขาไม่ได้เกิดมา ดังนั้นสิ่งที่ก้องต้องพยายามยับยั้งเรื่องไม่คาดฝันนั้นก็คือการกันส้มให้ห่างจากความสัมพันธ์ระหว่างตั้มและแหม่มให้ได้มากที่สุด

Back to the 90s

หลังจากดูภาพยนตร์เรื่องนี้ใน เว็บดูหนังออนไลน์HD เสร็จเรารู้สึจริงๆหนังออกมาดีแต่ยังไม่สุด หนังเรื่องนี้พยายามจะสร้างอารมณ์ Nostagia ถึงอดีตให้กับผู้ชม แต่ตัวหนังก็ดันทำการบ้านมาไม่ค่อยครบถ้วนสักเท่าไหร่ เมื่อปี 2538 แท้ที่จริงแล้วตู้สติ๊กเกอร์ยังไม่ได้รับการนำเข้ามาในประเทศไทย ปี 2538 สิ่งที่โดดเด่นจริงๆคือดนตรีร็อค อัลเทอร์เนทีฟนอกกระแสที่วัยรุ่นกำลังเห่ออยู่นั่นเอง แต่น่าเสียดายที่หนังมัวแต่โฟกัสเฉพาะ “พร็อพอาร์ต” จนหลงลืม “สภาพสังคม” ในยุค 2538 นักแสดงก็เล่นได้ดี ทีม Casting หานักแสดงสองยุคในหน้าเหมือนกัน ด้านเทคนิคภาพยนตร์ รู้สึกว่าดีไซน์ปี 2538 ออกมาได้ดี การตัดต่อถือว่าดี CGI มีเล็กน้อยแต่ก็ทำออกมาได้ดี มีแค่เรื่องการทำการบ้านและบทที่ยังไม่สมบูรณ์

Khun Phaen Begins | ขุนแผน ฟ้าฟื้น (2019)

Khun Phaen Begins

Khun Phaen Begins | ขุนแผน ฟ้าฟื้น (2019)

ขุนแผนแสนสะท้าน คนทั่วไปมักรู้จักในนาม ขุนแผน เป็นตัวเอกของวรรณคดีไทย เรื่อง ขุนช้างขุนแผนระยากาญจนบุรี(พลายแก้ว)หรือขุนแผน เป็นลูกของขุนไกรพลพ่าย และนางทองประศรี เกิดที่จังหวัดสุพรรณบุรี ขุนไกรพลพ่ายเป็นทหารใน สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 (สมเด็จพระพันวษา) พระมหากษัตริย์ราชวงศ์สุพรรณภูมิแห่งกรุงศรีอยุธยา รับราชการอยู่ที่เมืองสุพรรณบุรี ขุนไกรพลพ่ายทำความผิดจึงโดนสมเด็จพระพันวษาสั่งประหารชีวิต นางทองประศรีกลัวความผิดจึงพาขุนแผนหนีไปอยู่บ้านญาติฝ่ายขุนไกรพลพ่ายที่เมืองกาญจนบุรี ขุนแผนมีนิสัยเจ้าชู้มากและมีของวิเศษสามอย่างติดตัวคือ  ม้าสีหมอก , ดาบฟ้าฟื้น , กุมารทอง เรื่องราวของขุนแผนถูกนำมาทำเป็นละครผ่าน เว็บดูหนัง และภาพยนตร์อยู่หลายครั้งวันนี้เราเลยอยากแนะนำการรีเมคของขุนแผนที่ตลกและแปลกแหวกแนวมากที่สุดครั้งหนึ่งกับภาพยนตร์เรื่อง Khun Phaen Begins  ขุนแผน ฟ้าฟื้น 

Khun Phaen Begins ขุนแผน ฟ้าฟื้น เป็นภาพยนตร์ไทยแนว แอคชั่น Action ขุนแผน ฟ้าฟื้น คือหนังแนว Postmodern ที่หยิบยืมเอาวรรณกรรมในอดีต นำมานำเสนอใหม่ภายใต้บริบทและวิธีการคิดแบบใหม่ๆ จะเห็นได้ว่าตัวละครในหนังเรื่องนี้ ล้วนแล้วแต่ดูมีความเป็นคนที่มีความคิดหัวสมัยใหม่ แต่บริบทและฉากหลังเกิดขึ้นในสมัยอยุธยา ทรงผม แฟชั่น หรือวิถีชีวิตของพวกเขา ล้วนแล้วแต่มีความเก๋ เปรี้ยว เป็นฮิปสเตอร์แตกต่างจากหนังขุนแผนเรื่องอื่น

ขุนแผน ฟ้าฟื้น

“ขุนแผน ฟ้าฟื้น” เลือกเล่าช่วงเวลาที่แก้ว (มาริโอ้ เมาเร่อ) หนุ่มพเนจรที่ประกอบสัมมาชีพ เป็นพวกมิจฉาชีพลักเล็กขโมยน้อย โดยเขาและเพื่อนสนิทอย่างเพชรได้ออกรอนแรมไปเรื่อยจนกระทั่งเดินทางมาถึงเมืองอยุธยา เมืองหลวงแห่งความศิวิไลซ์ การเดินทางมายังเมืองนี้ทำให้ความทรงจำของแก้วเริ่มกลับคืนมาตั้งแต่ที่เขาได้พบกับ ช้าง (ฟิลลิปส์ ณัทธนพล ทินโรจน์) และ พิม (ยงวรี งามเกษม) เพื่อนเก่าสมัยเด็ก ที่ร้านเหล้าซึ่ง ช้างได้แสดงวงดนตรีสดที่นั่น 

ไม่นานนักแก้วได้มีโอกาสพบกับ อาจารย์เดช (ศุภกร กิจสุวรรณ) จอมอาคมที่เห็นแววในตัวแก้ว และอยากจะถ่ายทอดวิชาให้กับเขา ในเวลาเดียวกันแก้วเองได้ตัดสินใจลงสมัครเป็นทหารอาสาเพื่อปกป้องอารักขาในงานฉลองพระนครที่จะมีแขกจากต่างเมืองเข้ามาเยือน ระหว่างที่ฝึกฝนทหารนั้นเอง ความสัมพันธ์ของแก้ว ช้าง และพิม ก็เดินทางมาสู่จุดพลิกผัน เมื่อครั้งเก่าก่อน แก้วกับพิมเหมือนเคยมีสัญญารักต่อกัน แต่หลังจากที่แก้วหายตัวไป พิมถูกหมั้นหมายกับช้างในเวลาต่อมา ถ่านไฟเก่ากำลังลุกโชน ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังมีภัย

Khun Phaen Begins

น่าเสียดายที่ความร่วมสมัยในหนัง กับบทภาพยนตร์ที่ค่อนข้างสะเปะสะปะและไม่ค่อยคืบหน้าไปไหน บทสรุปของหนังก็แทบไม่มีอะไรเหนือความคาดหมาย อีกทั้งความสัมพันธ์แบบรักสามเส้าของตัวละครเอก ก็ไม่ได้หนักแน่นเข้มข้นจนผู้ชมต้องรู้สึกอยากจะเอาใจช่วยตัวละครไหน เพราะท้ายที่สุดแล้ว หนังก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะนำเสนอหนัง “ภาคนี้” ให้มีความเคร่งขรึมจริงจัง แต่มาในโทนหยอกล้อ ซึ่งอาจจะเป็นความ “ล้อเล่น” ที่มากเกินไปก็เป็นได้ นส่วนเอฟเฟ็ค CG อยู่ในระดับดี แม้จะมีไม่เนียนบ้าง แต่ก็อยู่ในระดับที่สามารถดูได้ เรื่องการแสดง ที่รู้สึกว่าแสดงได้ดีที่สุดคงไม่พ้น มาริโอ้ เพราะด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้สามารถเอาตัวรอดไปได้ แต่ก็ยังไม่ได้มีซีนที่แสดงความสามารถทางการแสดงให้รู้สึกประทับใจกว่านี้ ส่วนอีกคนที่รู้สึกว่าแสดงได้มีเสน่ห์มาก ก็คือ คุณต๊อก ศุภกร ในบทอาจารย์เดช เวลามีซีนที่พี่ต็อกโผล่ออกมาทีไร สามารถดึงความสนใจได้ตลอดไม่ได้ถือว่าเป็นหนังที่เนี้ยบมากนัก มีแผลพอสมควร บทหนังหลุดๆ ก็มี การดำเนินเรื่องก็ไม่ได้สม่ำเสมอคงที่ตลอดทั้งเรื่อง มีช่วงออกทะเล แต่ก็ยังดีที่วนกลับมาได้ในท้ายเรื่อง มุกตลกที่ยิงมาก็มีทั้งตรงเป้าแล้วก็แป๊ก ยังไงก็อยากให้ทุกคนลองดู ไม่เสียเวลาแน่นอนถือว่าเสพความฮาเบาสมอง แต่ชอบความครีเอทที่ร่วมสมัย เป็นอีกภาพยนตร์ที่ไม่ควรพลาดจากเว็บดูหนังHD เลย

The Protector 1 | ต้มยำกุ้ง 1 (2005)

The Protector 1

The Protector 1 | ต้มยำกุ้ง 1 (2005)

หนังไทยโกอินเตอร์ กอบโกยเงิน และกวาดรางวัล หนังไทยมีดีพอตัว ถ้าทำดีๆ โดนๆ เข้าตานานาชาติได้สบายๆ เลย เว็บดูหนังออนไลน์ เราอยากรู้เลยไปล่ดูพลิกข้อมูลย้อนหลังดูแล้วเจอหนังไทยบุกต่างแดนพร้อมโกยคำชมโกยเงินโกยรางวัลมาหลายเรื่อง The Protector 1 ต้มยำกุ้ง 1 เองก็เป็นหนึ่งในนั้นฝรั่งจำได้ คนเกาหลี คนจีน ก็รู้จัก

The Protector 1 ต้มยำกุ้ง 1  เป็นภาพยนตร์ไทยแนว แอคชั่น Action   “เมื่อพูดถึง ‘ต้มยำกุ้ง’ ต้องนึกถึงคนไทย ประเทศไทย ตอน ‘องค์บาก’ เราเคยพูดถึงมวยไทย และสิ่งที่คนไทยเคารพนับถือไปแล้ว เรื่องนี้ผมจะพูดถึงประเพณีอันดีงาม, วัฒนธรรม และความผูกพันของคนไทยกับ ‘ช้าง’ ที่คนต่างชาติส่วนใหญ่ไม่เคยรับรู้มาก่อนว่า มันลึกซึ้งขนาดที่ว่า ช้างเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเรามาตั้งแต่สมัยอดีต และปัจจุบันก็ยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่ และ ‘มวยไทย’ ที่มีความสัมพันธ์กับช้างซึ่งเป็นเอกลักษณ์คู่ชาติไทยมาเป็นเวลาช้านาน ในส่วนของ ‘จา พนม’ เรื่องนี้จะมีการใช้ท่ามวยไทยที่ชัดเจนขึ้น และมีท่ามวยที่ยังไม่มีให้เห็นในองค์บาก โดยเนื้อหายังคงเป็นเรื่องร่วมสมัย และจะได้เห็นมวยไทยต่อสู้กับวูซู, K1, แคปโปเอลา มีการเตรียมงานถ่ายทำที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับองค์บาก และเป็นการสานต่อมวยไทยที่เป็นที่ชื่นชอบของคนทั้งโลก”

ต้มยำกุ้ง 1

“ต้มยำกุ้ง” เล่าเรื่องราวการเดินทางข้ามโลกของ “ขาม” (จา พนม ยีรัมย์) เด็กหนุ่มบ้านป่าที่ชีวิตต้องพลิกผันโดยเงื้อมือของผู้มีอิทธิพลระดับประเทศที่ลักพา “ช้างพลาย” สองพ่อลูก ซึ่งเด็กหนุ่มและพ่อของเขารักดั่งชีวิต และมีความมุ่งหมายอันสูงสุดที่จะมอบเป็นคชบาทแด่ในหลวงไปขาย ณ ประเทศออสเตรเลีย ทางเดียวที่จะช่วยเหลือและรักษาชีวิตของช้างอันเป็นที่รักของเขาได้ นั่นก็คือการบุกตะลุยถึงถิ่นเสือโดยการเดินทางข้ามโลก เรื่องไม่ง่ายอย่างใจคิด  แม้เขาจะได้รับความช่วยเหลือจาก “จ่ามาร์ค” (หม่ำ จ๊กมก) นายตำรวจไทยและ “ปลา” (บงกช คงมาลัย) สาวไทยที่ถูกหลอกมาขายตัวในซิดนีย์ก็ตาม แต่ที่นั่น เขากลับต้องไปพัวพันกับการไล่ล่าของแก๊งมาเฟียที่นำโดย “มาดามโรส” (จิน ซิง) ที่ซ่องสุมลูกสมุนตัวเอ้ที่เต็มไปด้วยฝีมือทางการต่อสู้สุดยอดอย่าง “จอนนี่” (จอห์นนี่ เหงียน) และ “ทีเค” (นาธาน โจนส์) 

พร้อมลูกสมุนย่อยที่มีฝีไม้ลายมือทางการต่อสู้เหลือรับอย่าง “จอน ฟู” และ “ลาทีฟ” อย่างไม่ได้ตั้งใจ ณ วินาทีนี้  การต่อสู้ข้ามชาติเพื่อเอาชีวิตรอดของเด็กหนุ่มและเพื่อนพ้องได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เพื่อตามหาและช่วยเหลือ “พ่อใหญ่” และ “ขอน” ช้างพ่อลูกที่เปรียบได้กับญาติพี่น้องของเขา นำไปสู่บททดสอบและการต่อสู้ครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของเขาให้โลกได้ล่วงรู้ถึงอานุภาพของ “แม่ไม้มวยไทยบทใหม่” ที่หนักหน่วง รุนแรง และยังไม่เคยได้รับการเปิดเผยมาก่อน โดยเฉพาะ “ตำนานมวยคชสาร”

The Protector 1

หลังจากเราดูภาพยนตร์จาก เว็บดูหนังออนไลน์HD เราว่าสนุกดีนะต่อสู้ก็มันเป็นก้าวสำคัญของหนังไทย เรายอมรับว่าหนังเรื่องต้มยำกุ้งได้ให้ความรู้สึกของหนัง อยู่ 2 แบบแล้วจับมายำรวมกันใหม่ นั่นคือหนังของเฉินหลง ผมจำไม่ได้ว่าเรื่องอะไรนะ ประมาณว่าเฉินหลงไปอยู่อเมริกาเป็นเด็กขนของร้านมินิมาร์ท จนไปตกกระไดพลอยโจนกับนางเอกที่เป็นเด็กใจแตกคบกับพวกวัยรุ่นอเมริกัน ค้ายา ส่วนอีกเรื่อง ก็ องก์บากนั่นไง ครับผมว่าผกก.เห็นว่าโครงองก์บากยังใช้ได้อยู่จึงเอามาใช้อีกครั้ง และเน้นให้อินเตอร์ไปอีกแถมยังใช้ประโยชน์จากออสเตรเลียหรือซิดนี่ย์ได้คุ้มมากๆๆๆ….เสียอย่างเดียวช่วงท้ายเรื่อง จอห์นนี่ เหงี๋ยนน่าจะมีบทบาทท้ายเรื่อง มากกว่าไปเน้นล้มนักมวยปล้ำ ถ้าเอาตรงนี้เชื่อว่าบทดีขึ้นอีกนิดนึงนะผมว่าและอีกที่คือ พยายามซ้อนเรื่องบทสรุปของจ่ามาร์กเร็วไปนิดนึง ซึ่งดันจะทิ้งอารมณ์ขามไปต้องบอกก่อนว่า บทที่ดีต้องไม่ทิ้งพระเอกอยู่เดียวดาย รวมๆต้มยำกุ้งถ้าดูไม่ได้คิดอะไรแล้ว ผมว่าหนังสนุกนะ บางคนคาดหวังหนังเยอะมากไปนะ

Ong Bak 2 | องค์บาก 2 (2008)

Ong Bak 2

Ong Bak 2 | องค์บาก 2 (2008)

ทัชชกร ยีรัมย์ หรือ จา พนม เกิดวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2519 ที่อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์  เป็นอดีตนักกีฬาซึ่งเริ่มเข้าสู่วงการแสดง พ.ศ. 2535 โดยเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงภาพยนตร์สังกัดค่ายสหมงคลฟิล์มเมื่อ พ.ศ. 2546 แต่ปัจจุบันได้ยกเลิกสัญญาแล้วเนื่องจากปัญหาความขัดแย้งทางธุรกิจ เว็บหนังHD โดยใช้และเป็นต้นแบบคติในการแสดง คือ แสดงจริง, ไม่ใช้สตันท์แมน และไม่ใช้เทคนิคพิเศษในการแสดงคิวต่อสู้ เขาใช้ชื่อในการแสดงเฉพาะในประเทศไทยว่า “จา พนม” และใช้ชื่อในการแสดงระดับสากลว่า โทนี่ จา (Tony Jaa) เขาเป็นนักแสดงภาพยนตร์แอ็คชัน ผู้ศึกษาศิลปะการต่อสู้ทั้งศาสตร์ตะวันตกและตะวันออก ชำนาญในศิลปะการต่อสู้, การใช้อาวุธ, กีฬา และการออกกำลังกายหลากหลายศาสตร์ และพูดถึงผลงานที่น่าจดจำของเขาเรานึกถึง Ong Bak 2 องค์บาก 2

Ong Bak 2 องค์บาก 2 เป็นภาพยนตร์แนว แอคชั่น Action ดวงชะตากำหนดทุกสรรพสิ่ง ลิขิตชีวิตขึ้นสู่จุดสูงสุด และพร้อมดับทุกชีวิตดำดิ่งลงลึกถึงปลายเหวสู่จุดต่ำสุด บัดนี้มันได้กำหนดชีวิตของ “เทียน” เด็กหนุ่มที่หวังเติบใหญ่เป็นนักรบผู้แกร่งกล้าเฉกเช่นบิดา “ออกญาสีหเดโช” นายทหารผู้ซื่อสัตย์ซึ่งจงรักภักดีต่อเหนือหัวผู้ซึ่งยอมได้แม้กระทั่งสละชีวิตตนเองเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินจากเหล่าผู้ฉ้อฉลและคนทรยศ แต่จากคำทำนายที่ว่าเมื่อใดที่เทียนซึ่งถือกำเนิดในฤกษ์พระกาฬเติบใหญ่ภายใต้วังวนแห่งคมดาบและกลิ่นคาวเลือด เมื่อนั้นผู้คนจำนวนมากจักต้องล้มตายกันอย่างพร้อมเพรียง ทำให้ออกญาสีหเดโชตัดสินใจส่งเทียนไปให้ “ครูบัว” เพื่อนสนิทซึ่งต่างเป็นลูกศิษย์ของพระครูปั้นมาด้วยกันช่วยบ่มเพาะสมาธิ เรียนรู้การฝึกจิตให้นิ่ง และศึกษาในด้านวิชาโขนนาฏศิลป์ เพื่อหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยจรรโลงจิตใจให้เกิดแต่สิ่งที่ดีงามขึ้น

องค์บาก 2

 โดยมี “พิม” เด็กสาวที่ครูบัวเก็บมาเลี้ยงคอยให้ความช่วยเหลือ และมี “ไอ้เหม็น” (หม่ำ จ๊กม๊ก) ชายบ้าเสียสติแต่หลงใหลในนาฏศิลป์เป็นเพื่อนเล่น แต่แล้วชีวิตเทียนต้องพบกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต เมื่อ “พระยาราชเสนา” ซึ่งวางแผนขึ้นครองความเป็นใหญ่ในแผ่นดินลงมือส่งเหล่านักฆ่ามือดีมาลอบสังหารออกญาสีหเดโชทั้งครอบครัว และเหล่าทหารหาญให้สิ้นซากด้วยตนเอง โดยมีเทียนเพียงคนเดียวที่เล็ดรอดชีวิตมาได้ท่ามกลางความคลั่งแค้นที่อัดแน่นฝังลึกในจิตใจ โชคชะตาพลิกผันอีกครั้งเมื่อเทียนได้พบกับ “เชอนัง” (สรพงษ์ ชาตรี) หัวหน้ากองโจรผาปีกครุฑผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งช่วยชีวิตจากเงื้อมมือของเหล่าพ่อค้าทาสและยักษ์ขมุจอมโหด เพราะเล็งเห็นถึงจิตวิญญาณความเป็นนักสู้และสัญชาตญาณความเป็นนักฆ่าที่แฝงเร้นอยู่ในแววตาซึ่งพร้อมจะสังหารผู้คนได้ทุกเมื่อ จึงตัดสินใจรับเป็นลูกบุญธรรมเข้าร่วมเป็นหนึ่งในกองโจร ให้การชุบเลี้ยงฝึกฝนเหล่าสรรพวิชาอาวุธในศิลปะการต่อสู้ทุกรูปแบบจากเหล่าปรมาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่า หมัดมวย การใช้เวทมนตร์คาถา ไปจนถึงการใช้สรรพวุธทุกชนิด ดาบ กระบี่ กระบอง 3 ท่อน วิชากล การใช้ระเบิด ฯลฯ เมื่อทุกศาสตร์ยุทธ์แห่งศิลปะการต่อสู้ถูกบ่มเพาะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว “เทียน” (จาพนม ยีรัมย์) เติบใหญ่พร้อมพิษสงความสามารถรอบตัวที่ยากจักหาใครทัดเทียม 

หนำซ้ำยังเป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการปฏิบัติภารกิจทุกครั้งของกองโจรผาปีกครุฑ จนได้รับการยอมรับจากทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสามารถสยบช้างงาดำ ช้างศักดิ์สิทธิ์ที่เหล่าชุมโจรให้ความเคารพและสักการะ ในขณะที่เชอนังเองตั้งใจมอบตำแหน่งหัวหน้ากองโจรให้เทียนรับหน้าที่ผู้สืบทอดต่อไป เพียงทว่า ณ เวลานี้มีเพียงภารกิจเดียวในชีวิตที่เทียนจักต้องกระทำคือการขจัดความคลั่งแค้นที่มันสุมอกอยู่ในจิตใจตลอดมา นั่นคือการมุ่งหน้าเพื่อสังหารเจ้าพระยาราชเสนาด้วยน้ำมือตนเอง โดยมีเป้าหมายในคืนวันสถาปนาเทวเสาวนีย์ครุฑที่เจ้าพระยาราชเสนาจะขึ้นครองอำนาจในฐานะจอมราชันย์อย่างสมบูรณ์

Ong Bak 2

หลังจากเราดูภาพยนตร์จาก เว็บหนังใหม่HD เราว่าเพลินดี บทไม่ได้ดีมา แต่มันสนุกดียอมรับอีกเรื่องหนึ่งว่า จา พนม เก่งและตั้งใจที่จะถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ทุกแขนงออกมาให้เราชมแบบสมจริงสมจังมาก เพราะฉะนั้นการออกแบบท่าการต่อสู้ในเรืงนี้จึงออกมาสวยงามมาก บวกกับความสามารถของจาด้วยแล้วก็เลยสุดยอดของเรื่องฉากต่อสู้เลยทีเดียว ชอบนะที่มีพระเอกเก่งๆ แล้วผู้ร้ายต้องเก่งๆ ด้วย หนังถึงจะสนุกแต่ถ้าจัดเรตติ้งให้หนังเรื่องนี้ ก็คงเป็นหนังที่เหมาะกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปเพราะมีฉากฆ่าฟันกันเยอะพอสมควร ใครชอบหนังจากพนม น่าจะชอบกันนะ

Come And See | เอหิปัสสิโก (2021)

Come And See

Come And See | เอหิปัสสิโก (2021)

หนังฮอตฮิตในกระแสที่ถาโถมเข้าโรง หวังโกยเงินจากแฟนหนังทั่วโลก ส่วนใหญ่เลยจะเป็นหนังแนวซุปเปอร์ฮีโร่ หนังทุนสูงมหาศาล เน้นชูซุป’ตาร์ดังระดับโลก ขายชื่อเสียงผู้กำกับดังๆ แนวรักโรแมนติกยังขายดี หนังผีตามหลอกหลอนก็ยังโอเค แนวไซไฟก็ไปได้ดีอยู่ หรือหนังแอ็กชั่นฆ่าไม่ตายบู๊ล้างผลาญ ดูหนังฟรีออนไลน์ ยังมีหนังอีกหมวดหนึ่ง คือหนังสารคดี ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นๆ อย่างเห็นได้ชัด จากจำนวนโรงหนังที่มากขึ้นๆ ให้โอกาสฉาย หรือจากเทศกาลหนังดังระดับโลก หมวดหนังสารคดีก็ได้รับความสนใจมากขึ้นด้วยวันนี้เราก็เลยอยากแนะนำภาพยนตร์เสารคดีที่มาแรงของไทยอย่างเรื่อง Come And See  เอหิปัสสิโก แต่จะเป็นไงต้องไปดูกัน 

Come And See  เอหิปัสสิโก เป็นภาพยนตร์สารคดีแนว สารคดี Documentary เล่าเรื่องของวัดพระธรรมกายที่เป็นวัดในสังกัดมหานิกาย ก่อตั้งเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2513 ตั้งอยู่ ณ ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เมื่อพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) มรณภาพไปแล้ว ลูกศิษย์ของท่านรวมถึงแม่ชีจันทร์ ขนนกยูง ได้สืบทอดสายปฏิบัติของวิชชาธรรมกาย ให้กับลูกศิษย์รุ่นใหม่ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ในสมัยนั้น ไชยบูลย์ สุทธพลศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2506 ไชยบูลย์ ได้ไปที่วัดปากน้ำ หลังจากที่ได้อ่านวารสาร วิปัสสนาบันเทิงสาร ซึ่งมีอ้างถึงคุณวิเศษของแม่ชีจันทร์ ไชยบูลย์ได้ชักชวนเพื่อนนักศึกษาร่วมกิจกรรมที่วัดปากน้ำ คณะลูกศิษย์แม่ชีจันทร์จึงขยายมากขึ้นมีอยู่หนึ่งคนในคณะลูกศิษย์ที่ชื่อเผด็จ ผ่องสวัสดิ์ (ซึ่งในภายหลังได้บวชเป็นพระภิกษุ และได้มาเป็นรองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ชื่อพระเผด็จ ทตฺตชีโว)

เอหิปัสสิโก

ในปี 2512 ไชยบูลย์เองได้บรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุ และได้รับฉายา “ธมฺมชโย” และต่อมาได้เริ่มสอนกรรมฐานที่วัดปากน้ำร่วมกับแม่ชีจันทร์ในที่สุดคณะลูกศิษย์ได้ขยายไปเป็นจำนวนมาก ยากที่จะจัดกิจกกรมที่วัดปากน้ำภาษีเจริญต่อ ดังนั้นในวันที่ 20 ก.พ. พ.ศ. 2513 แม่ชีจันทร์ พระธัมมชโย และพระทัตตชีโว พร้อมกับบรรดาลูกศิษย์ได้ย้ายไปตั้งศูนย์ปฏิบัติธรรมอีกต่างหาก โดยที่มีเริ่มต้นบนที่ดินแปลง 196 ไร่ในอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี กระทรวงศึกษาธิการประกาศให้เป็นวัดตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2520 ในชื่อ “ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม” และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดวรณีธรรมกายาราม” ได้ชื่อตามวรณี สุนทรเวช ธิดาของพระยาแพทย์พงศาวิสุทธาธิบดี (สุ่น สุนทรเวช) กับคุณหญิงแพทย์พงศาวิสุทธาธิบดี (ประหยัด สุนทรเวช) ผู้บริจาคสถานที่ และต่อมาได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น “วัดพระธรรมกาย” จนถึงปัจจุบันได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัดโดยสมบูรณ์ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา 

เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2522 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 96 ตอนที่ 15 เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522 วัดพระธรรมกายมีคนร่วมพิธีกรรมสำคัญโดยเฉลี่ยจำนวน 50,000 คน โครงการธรรมทายาทดังกล่าวเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2522 โดยมีผู้มาอบรมเพียง 60 คน แต่ในปี พ.ศ. 2529 จำนวนเพิ่มขึ้นเป็นหลายพันคนในปี พ.ศ. 2533 มีพระประจำรวม 260 รูป สามเณรรวม 214 รูป และเจ้าหน้าที่วัดรวม 441 คน วัดพระธรรมกายเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของประชาชน และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง แต่สื่อมวลชนจำนวนหนึ่งได้ขอขมาในภายหลัง อย่างไรก็ดี สภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติได้ขึ้นวัดพระธรรมกายไว้ในบัญชีดำฐานเข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 คณะรักษาความสงบแห่งชาติให้วัดพระธรรมกายเป็นเขตพื้นที่ควบคุมพิเศษ เพื่อจับกุมพระธัมมชโย สารคดีเรื่องนี้จะพาเราไปรู้จักวัดนี้มากขึ้นทั้งมุมของพระ ลูกศิษย์คนต่อต้านร่วมทั้งอดีตพระในวัด และเหตุการณ์สำคัญคือการบุกจับและยึดวัดของคสช แต่เราต้องไปดูว่าใครจะผิดหรือถูกหรือจริงๆแล้วต่างก็มีส่วนผิดถุกทั้งคู่

Come And See

หลังจากเรา ดูหนังฟรีออนไลน์HD ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ เราชอบนะเล่าว่าธรรมกายมีอิทธิพลอย่างไร เข้าไปถึงในทุกวงการแม้แต่วงข้าราชการ คหบดี ประชาชน จนเราจะเห็นประโยคที่มาพร้อมกับวัดธรรมกายคือการซื้อบุญ คนเชื่อก็มีบอกว่า ธรรมกายไม่ได้บังคับ แต่เพราะตัวเองทุ่มเอง มีคนที่ทำบุญสิบสี่ล้านยิ่งทำยิ่งรวย แต่ก็มีคนที่ทำบุญขายบ้านไปสามหลังจนครอบครัวแตกแยก เพราะคำว่าบุญ พิธีการที่ยิ่งใหญ่ ขบวนแห่ ที่ไม่เคยเห็นในวัดทั่วไปก็ได้เห็นในธรรมกาย เราจะมองเห็นได้ถึงความปีติของสาวก ความสุขของคนที่อยู่ในขบวน ที่เชื่อว่าปลายทางนั้นคือสวรรค์ที่เราได้ทำบุญ เป็นสารคดีที่เราคิดว่าย่อยง่าย วางตัวเป็นกลาง Concept คือ Come and see หรือตามมาดูกันเอาเอง และค่อยตัดสินใจ อีกอย่างหนังแอบสอดไส้การตั้งคำถามที่ไปไกลกว่าศาสนาจนเราร้องว้าวเลย