Final Score | 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์ (2007)

Final Score

Final Score

Final Score | 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์ (2007)

ในช่วงหนึ่งของชีวิตการศึกษาทุกคนคงจำความรู้สึกนั้นได้ดี.. ย้อนกลับไป 15 ปีที่แล้ว มีหนังเรื่องหนึ่งที่นำเสนอเรื่องราวที่วัยรุ่นอายุ 17 ทุกคนจะต้องประสบพบเจอ ซึ่งก็คือการเอนทรานซ์ที่ต้องสอบ โอเน็ต-เอเน็ต ช่วงเวลาสุดโหดในความจาก เว็บดูหนัง ทรงจำทั้งกดดันและสับสน แต่สุดท้ายทุกคนก็ผ่านมันมาด้วยดี และเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 15 ปี หนัง Final Score 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์ ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์ เฟซบุ๊ก GDH เล่าต่อเรื่องราวของกลุ่มหนุ่มน้อยในวันนั้นที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ เราจึงขอแนะนำภาพยนตร์เรื่องนี้ทุกคนได้ดู

Final Score  365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์  เป็นภาพยนตร์แนว สารคดี Documentary ภาพยนตร์เรื่องนี้เน้นเรื่อง สุวิกรม “เปอร์” อมรานนท์ นักเรียนไทยชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ณ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพฯ และเพื่อน 3 คน คือ บิ๊กโชว์ ปอด และเรือ พวกเขาถูกแสดงว่าเป็นนักเรียนโดยเฉลี่ย ไม่ศึกษาเป็นพิเศษ แต่ยังคงเชื่อฟังพ่อแม่ของพวกเขาและมีความหวังในโอกาสที่จะเข้ามหาวิทยาลัยในประเทศไทยภาพยนตร์เรื่องนี้ติดตามเด็กชายตลอดหนึ่งปี ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2548 ถึงเดือนพฤษภาคม 2549 นักสารคดีโซรายา นากาสุวรรณ ไม่เคยได้ยินคำถามของเด็กผู้ชาย เพียงแค่ปล่อยให้ลูกเรือกล้องของเธอติดตามเด็กผู้ชายตลอดวันของพวกเขาที่โรงเรียนที่บ้านกับครอบครัวของพวกเขาหรือเพลิดเพลินกับการหยุดเรียนในขณะที่กำลังเยี่ยมชมชายหาดและเข้าร่วมเทศกาลดนตรีร็อค

365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์

เพื่อที่จะมีคุณสมบัติเข้าเรียนในคณะมหาวิทยาลัย นักเรียนจะต้องสอบมาตรฐาน ในประเทศไทยข้อสอบเหล่านี้คือข้อสอบ O-Net/A-Net จำเป็นต้องมีคะแนนขั้นต่ำในการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยและคณะมหาวิทยาลัยบางแห่ง บังเอิญการสอบเดือนกุมภาพันธ์ 2549 ที่เด็กชายทำถูกตีด้วยข่าวอื้อฉาวหลังจากที่รายงานผลการสอบไม่ถูกต้อง นักเรียนประมาณ 300,000 คนได้รับผลกระทบจากความผิดพลาด โดยหลายคนงงกับการได้รับผลการทดสอบเมื่อพวกเขาไม่ได้ทำการทดสอบด้วยซ้ำอย่างไรก็ตาม เด็กผู้ชายต้องเผชิญกับแรงกดดันในการสอบและการรายงานคะแนนที่ผิดพลาดและในที่สุดก็ชนะการเลือกสาขาวิชาและมหาวิทยาลัยของพวกเขา

อย่างที่บอกครับว่าหนังน่าสนใจ ครั้นพอดูแล้วก็รู้สึกโอเคในระดับหนึ่ง สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือนี่เป็นหนังสารคดีครับ โทนย่อมต่างไปจากหนังปกติที่มีการผูกปม เล่นกับอารมณ์หรือวางสถานการณ์สร้างความอินให้กับผู้ชม ซึ่งในเรื่องนี้อาจมีการเซ็ทฉากบ้าง แต่โดยรวมก็ถือว่าดิบสไตล์สารคดี เพียงแต่ความน่าติดตามอาจยังไม่มาก การร้อยเรียงเรื่องราวก็ยังไม่ถึงกับลงตัวเต็มร้อย เพราะจริงๆ แม้จะเป็นหนังสารคดี แต่การเล่าเรื่องให้คนดูจมลงไปกับเรื่องราวก็ยังสามารถทำได้ แบบที่ Fahrenheit 9/11 หรือหนังสารคดีที่มีแต่ดนตรีอย่าง Koyaanisqatsi เคยทำสำเร็จมาก่อนแต่กระนั้นเราก็รู้สึกชอบหนังอยู่ครับ หลายตอนดูแล้วมันชวนให้นึกย้อนไปถึงวันเก่าๆ สมัยเรียน สมัยเล่นกับเพื่อน สมัยคุยกับพ่อแม่ (แล้วลงเอยด้วยการเสียงแข็งใส่กัน) สมัยกวดวิชา สมัยนอนดึกเพื่อ่อานหนังสือ สมัยอ่านหนังสือไม่ทัน สมัยลุ้นผลสอบ สมัยมีรักในวัยเรียน ฯลฯฉากที่เราชอบที่สุดต้องยกให้ช็อตสุดท้าย เมื่อเพลง “วัน เดือน ปี” ถูกเปิดขึ้น แล้วภาพวันเก่าๆ ของเหล่าเด็กๆ ในเรื่องก็ค่อยๆ ย้อนขึ้นมา ในจังหวะนั้นเองในหัวเราก็เกิดมีภาพเก่าๆ สมัยเรียนผุดขึ้นมาเหมือนกันถ้าให้ว่ากันตรงๆ 

Final Score

หลังจากเราดูภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ จากเว็บดูหนังHD หนังอาจยังไม่สามารถทำให้เราอินไปกับเรื่องราวของน้องๆ ในเรื่องได้ แต่มันก็มีดีพอที่จะทำให้เราย้อนรำลึกถึงเรื่องของตัวเองเมื่อวันเก่าได้สำเร็จ… หนังเรื่องนี้สำหรับเราแล้ว จึงถือว่ามีดีในการปลุกวันคืนเก่าๆ เมื่อตอน Ent ให้คืนชีพมาสร้างรอยยิ้มและปริ่มน้ำตาได้ในระดับหนึ่งอีกฉากที่โดนใจคือตอนน้องๆ เปิดเน็ทเพื่อดูผลสอบ แล้วกว่าเน็ทมันจะโหลดได้แต่ละหน้าก็ช้าเหลือประมาณ เล่นเอาเกร็งลุ้นหนักกว่าเก่า (คนที่เคยผ่านชีวิตเน็ต 54k มาก่อนน่าจะรู้ซึ้งถึงอารมณ์นั้นได้ดี ) การดู Final Score ทำให้สมองน้อยๆ ขบคิดอะไรหลายอย่าง อย่างแรกคือการย้อนมองตัวเองในอดีต ว่าทำไมหนอเราถึงไม่ขยันอ่านหนังสือแต่เนิ่นๆ เพราะเราน่ะเป็นหนึ่งในคนที่ชอบเริงร่าฮาเฮไปกับชีวิต ครั้นพอใกล้สอบค่อยกอบหนังสือมาอ่านทีเดียว ทำให้ช่วงใกล้สอบ Ent นั้นต้องผันตัวเองเป็นคนนอนดึกและติดการนอนดึกมาจนถึงทุกวันนี้