Judge Dredd | จัดจ์ เดรด ฅนหน้ากากมหากาฬ (1995)

Judge Dredd

Judge Dredd

Judge Dredd | จัดจ์ เดรด ฅนหน้ากากมหากาฬ (1995)

Judge Dredd หรือ Joseph dredd เป็นหนึ่งในตัวละครจากการ์ตูนอังกฤษ2000AD ที่มีชื่อเสียงที่สุด ในเนื้อเรื่องเหล่า Judges เป็นเจ้าหน้าที่กฏหมายในอเมริกาในอนาคต พวกเขามีความสามารถจับ ตัดสินโทษ แม้กระทั่งลงโทษผู้ต้องสงสัยด้วยทันที Judge Dredd ไม่เคยเปิดเผยโฉมหน้าให้ผู้อ่านเห็นยกเว้นจากการย้อนไปดูอดีตของเขา เว็บดูหนัง และเมื่อเขาใช้หน้าปลอม นี้เป็นการนำเสนอว่ากฎหมายไร้หน้าตาและผู้ยังคับใช้จะเป็นใครก็ได้ เรื่องราวของเขาถูกนำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตรืเรื่อง  Judge Dredd  จัดจ์ เดรด ฅนหน้ากากมหากาฬ เดือดมาก 

Judge Dredd  จัดจ์ เดรด ฅนหน้ากากมหากาฬ  เป็นภาพยนตร์แนว แอคชั่น Action ภายในปี 2080 โลกส่วนใหญ่กลายเป็นพื้นที่รกร้างที่ไม่เอื้ออำนวย ในขณะที่มนุษย์บางคนสามารถเอาชีวิตรอดได้ใน “Cursed Earth” ที่แห้งแล้ง มนุษย์ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่โตที่มีประชากรหลายสิบล้าน เพื่อต่อสู้กับอาชญากรรม ระบบยุติธรรมแบบดั้งเดิมจึงถูกแทนที่ด้วยคณะผู้พิพากษาที่มีบทบาทเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้พิพากษา คณะลูกขุน และผู้ดำเนินการใน Mega-City One, 2139 โจเซฟ เดรด หนึ่งใน “ผู้ตัดสินข้างถนน” ที่อุทิศตนมากที่สุด ช่วยเหลือผู้พิพากษาบาร์บารา เฮอร์ชีย์ในปีแรกในการยุติสงครามบล็อก เฮอร์แมน “เฟอร์กี” เฟอร์กูสัน แฮ็กเกอร์ที่เพิ่งถูกปล่อยตัวจากคุก ถูกจับได้จากการสู้รบและซ่อนตัวอยู่ในหุ่นยนต์จ่ายอาหาร เดรดจับกุมเฮอร์แมนในข้อหาทำลายทรัพย์สิน และจำคุกเขาเป็นเวลาห้าปี ริโก อดีตผู้พิพากษา หนีออกจากคุกด้วยความช่วยเหลือจากผู้พิพากษากริฟฟิน 

จัดจ์ เดรด ฅนหน้ากากมหากาฬ

เขากลับมาที่ Mega-City One และยึดชุดเครื่องแบบของเขาและปืน “Lawgiver” กลับคืนมา นอกจากนี้เขายังพบและเปิดใช้งานหุ่นยนต์ต่อสู้ ABC Warrior ที่เลิกใช้แล้วอีกครั้ง Vartis Hammond นักข่าวข่าววิจารณ์ Dredd ถูกฆาตกรรม และ Dredd กลายเป็นหัวหน้าผู้ต้องสงสัย เดรดถูกนำตัวขึ้นศาลต่อหน้าศาลผู้พิพากษาศาล ซึ่งรวมถึงกริฟฟินและหัวหน้าผู้พิพากษาฟาร์โก ที่ปรึกษาของเขา เดรดถูกตัดสินว่ามีความผิดเมื่อพบดีเอ็นเอของเขาในกระสุนที่ใช้ฆ่าแฮมมอนด์ (คุณสมบัติของผู้บัญญัติกฎหมายคือการประทับตรา DNA ของผู้ใช้บนกระสุนแต่ละนัด ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ผู้พิพากษาส่วนใหญ่ไม่ทราบแน่ชัด) เพื่อช่วยเดรด ฟาร์โกลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าผู้พิพากษา และขอให้สภาไว้ชีวิตเดรดเพื่อขอครั้งสุดท้าย เดรดถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ขณะที่ฟาร์โกเริ่มดำเนินการ “เดินไกล” ซึ่งผู้พิพากษาที่เกษียณอายุแล้วได้ผจญภัยในดินแดนรกร้าง “เพื่อนำกฎหมายมาสู่คนนอกกฎหมาย” กริฟฟิน ผู้ซึ่งปล่อยริโคให้ใส่ร้ายเดรดในคดีฆาตกรรม กลายเป็นหัวหน้าผู้พิพากษาและสั่งริโกให้ก่อความวุ่นวายในเมืองเดรดถูกนำตัวไปยังอาณานิคมเรือนจำแอสเพนโดยเรือเหาะ

 ซึ่งเขานั่งถัดจากเฮอร์แมน อย่างไรก็ตาม แก๊งแองเจิลซึ่งเป็นครอบครัวของพวกกินของเน่าและโจรกินเนื้อ ยิงเรือเหาะและนำเดรดและเฮอร์แมนกลับไปที่ถ้ำของพวกเขา คณะผู้ตัดสินสอบสวนเรือที่ชนแล้วไปที่ถ้ำ ตั้งใจจะฆ่าผู้รอดชีวิต ไม่ได้ช่วยเหลือพวกเขา ฟาร์โกมาถึงทันเวลาเพื่อช่วยชีวิตเดรด แต่นางฟ้าเครื่องจักรใจร้ายทำให้เขาบาดเจ็บสาหัส ฟาร์โกที่กำลังจะตายเผยให้เห็นว่าเดรดและริโกเป็นผลจากโครงการเจนัส ซึ่งเป็นการทดลองทางพันธุวิศวกรรมที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างผู้พิพากษาที่สมบูรณ์แบบ เดรดอนุมานว่าริโคใส่ร้ายเขาในข้อหาฆาตกรรมนักข่าว โดยใช้ DNA ที่เหมือนกันของพวกมัน ฟาร์โกเชื่อว่ากริฟฟินพยายามกระตุ้นโปรเจ็กต์เจนัสอีกครั้ง ฟาร์โกจึงกระตุ้นให้เดรดหยุดเขาแต่สำเร็จหรือไม่ต้องไปดูต่อในหนัง

Judge Dredd

หลังจากเราดูภาพยนตร์จาก เว็บดูหนังHD เมื่อหนังขาดความหนักแน่นที่ยืนด้วยจุดแข็งก็ใช่ว่าจะเท่ากับความจืดชืดในส่วนของแอ็คชั่นที่มีมาน้อยลงไปและไม่ได้เร้าใจจนอยากลุ้นติดตาม จะมีแต่ยกเว้นฉากขี่มอไซค์ไล่ล่าที่สนุกจริงๆ และยังแสดงความสามารถเรื่องฉากตามเมืองที่มากด้วยเอฟเฟคอย่างสมจริง จะว่าเรื่องเอฟเฟคพวกนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไรอยู่แล้วกับทุนสร้างกว่าๆ 70$ ล้าน ทั้งออกมาค่อนข้างดี มีความเป็นสมัย และขณะเดียวกันหัวใจสำคัญคืออย่าลืมความเป็นการ์ตูนไปซะทั้งหมด ที่เห็นได้ว่าทีแรกเรื่องชุดจะมีการปรับเปลี่ยนพอเอาจริงก็ตามต้นแบบการ์ตูน บ้างว่าออกมาเหมือนบ้างว่ามันเกินไปกับองค์ประกอบ ดูเป็นการ์ตูนมากกว่าจะเรียกว่าหนังก็มี ทั้งนี้การเล่าเรื่องยังเพิ่มเติมความสนุกด้วยเสียงฮา จากนักแสดง Rob Schneider ในบทเฟอร์กี้โจรไฮเทคกระจอกที่ติดพลวงไปกับตุลาการเดร็ดด์จนเผลอๆ มองว่าเป็นคู่หู และอย่างที่บอกสาระหนังเล่าได้ตรงไปหน่อยจึงไม่ค่อยเร้าใจ นี่ถ้าไม่ได้ความตลกเข้าช่วยล่ะก็ หนังออกแนวน่าเบื่อกว่าเดิมก็เป็นได้ เพราะแอ็คชั่นน้อยบู๊หน่อยๆ โทนหนังเองก็มืดออกจะซีเรียส ยังดีที่สร้างสีสันได้พอหอมปากหอมคอ