Kill Switch | วันหายนะพลิกโลก (2017)

Kill Switch

Kill Switch

Kill Switch | วันหายนะพลิกโลก (2017)

หนังที่สร้างจากเกมส่วนใหญ่พอต้องมาขยายพลอตจับเป็น หนังชนโรง มันก็มีโจทย์เดียวกันคือต้องขายความเป็นแอ็คชันแฟนตาซีให้ปังเพื่อความอยู่รอด พูดง่ายๆ ก็คือทำยังไงก็ได้ให้คนที่แค่อยากดูเอามันรู้สึกว่า ‘นั่นไงมันเอากูแล้ว’ ก็พอ แต่ส่วนใหญ่จะมาตกม้าตายเพราะพลอตเรื่องที่โหรงเหรงเกินรับได้ จับซับเจกต์ไม่ถูก ไม่รู้ว่าผู้กำกับมนั้นต้องการสกัดประเด็นอะไรกันแน่ เอาไปเอามาสุดท้ายก็ต้องพึ่งออร่าขาอ่อนนักแสดงเป็นสูตรบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเรื่อง Kill Switch  วันหายนะพลิกโลก ก็เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่เข้าข่ายภาพยนตร์แบบนี้

เรื่อง Kill Switch  วันหายนะพลิกโลก เป็นภาพยนตร์แนว วิทยาศาสตร์ Sci-fi เป็นในอนาคตอันใกล้นี้ นักฟิสิกส์และอดีตนักบินของนาซ่า วิลล์ พอร์เตอร์ ได้รับการคัดเลือกจากอัลเทอร์เพล็กซ์ บริษัทพลังงานที่สร้างหอคอยขนาดใหญ่ที่เข้าถึงพลังงานควอนตัมที่ไม่มีขีดจำกัด เผยว่ากำลังทำลายจักรวาลกระจก โลกที่เรียกว่า “เสียงสะท้อน” และประชากรที่นั่นยังมีหอคอยพลังงานด้วย ความผิดปกติของแรงโน้มถ่วงที่แปลกประหลาดและการตายที่ไม่สามารถอธิบายได้กำลังเกิดขึ้นในโลกของ The Echo ที่ถูกตำหนิบนหอคอย เนื่องจากมันใช้พลังงานจากโลกนั้น ไม่ควรมีชีวิตอยู่ที่นั่น แต่เนื่องจากความผิดปกติ อุปกรณ์นี้จึงสร้างกระจกเงาที่แท้จริงที่เต็มไปด้วยชีวิต และตอนนี้ทั้งสองโลกต้องเผชิญกับการทำลาย เว้นแต่จะถูกทำลายภายในไม่ถึงหนึ่งวัน

วันหายนะพลิกโลก

พอร์เตอร์ถูกส่งไปยัง The Echo ด้วยอุปกรณ์ลูกบาศก์ที่เรียกว่า “Redivider” เชื่อว่ามันจะสร้างสมดุลระหว่างการถ่ายโอนพลังงานระหว่างสองจักรวาลและทำให้สิ่งต่างๆถูกต้อง แทนที่จะเป็นเช่นนั้น เขาเรียนรู้ว่าอุปกรณ์นี้เป็นสวิทช์ฆ่าที่จะทำลาย The Echo บังคับให้เขาตัดสินใจว่าจะเสียสละจักรวาลไหนเพื่อช่วยอีกจักรวาลหนึ่ง กองทัพในเดอะเอคโค่รู้เรื่องนี้ และกำลังพยายามจับกุมหรือฆ่าเขา นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม “กบฏต่อต้านหอคอย” ที่กำลังต่อสู้กับกองทัพของหอคอยอย่างจริงจังแต่จะจะสนุกแค่ไหนต้องไปดูกัน

ตัวหนังใช้วิธีการเล่าแบบตัดสลับเหตุการณ์ก่อนหลังและโลกทั้ง 2 มิติ โดยใช้วิธีเล่าเรื่องด้วยมุมกล้องแบบเดียวกับเกมแนวยิงทั้งหลาย (FPS) ใช้กัน ให้ฟีลเหมือนสมัยที่ยังเล่นเกม Half-Life ทำนองเดียวกับการจ่ายเงินไปรอเล่นเครื่องซิมูเลเตอร์ตามสวนสนุกที่จำลองคนดูเป็นตัวละครแล้วเอาตัวรอดจากศัตรูตรงหน้า มีเกจวัดค่า HP คำแนะนำการใช้อาวุธหรือคำเตือนที่ปรากฏขึ้นหากตัวละครเสียเลือดมากจากการต่อสู้ ซึ่งแน่นอนว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ เมื่อเทียบกับปีหนังสั้นเมื่อปี 2009 อีกแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็สารภาพว่าช่วงแรกต้องใช้เวลาปรับตัวกับมุมมองของหนังที่ออกแบบมาในมุมมองบุคคลที่ 1 เหมือนกัน เรียกว่าใครที่เคยอ้วกแตกตอนเล่นเกมตระกูล Half-Life หรือ Counter Strike สมัยก่อนก็อาจจะมีพะอืดพะอมบ้างกับ Kill Switch หากไม่ใช่คอเกมเมอร์ที่มีภูมิคุ้มอยู่ในดีเอ็นเอ จากหนัง ‘ปุ่มสั่งตาย’ ก็อาจจะกลายเป็น ‘ปุ่มสั่งอ้วก’ ได้เหมือนกัน นอกจากนี้

Kill Switch

 อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ หนังชนโรงHD เหมือนจะทำได้พอโอเคคือเรื่องของการดีไซน์เอฟเฟกต์ล้ำๆ ให้ได้กลิ่นของความเป็นหนังไซไฟชนิดน่าตื่นตาตื่นใจเกินคาดเลย เพียงแต่จะไปสะดุดกับการเดินเรื่องหลายจุดที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม แถมอาจจะเนือยจนแอบง่วงเหงาหาวนอนไปบ้าง ตัวละครแต่ละตัวที่แบนราบเป็นไม้กระดาน การผูกเรื่อง แรงจูงใจของตัวละครที่ขาดน้ำหนัก โดยเฉพาะประเด็นดรามาในเรื่องที่ วิล ต้องการไปเสี่ยงตายช่วยโลกเพราะอะไร หนังไม่ได้ให้น้ำหนักในเรื่องครอบครัวที่เขาต้องปกป้อง ไม่มีแบ็คกราวน์ในส่วนนี้ คนรอบตัวของ วิล อย่างน้องสาว มีอา และหลานชาย ดอนนี ก็เล่นออกมาได้ไม่เหมือนคนในครอบครัวที่มีความผูกพันกันแต่เหมือนคนแปลกหน้า เรียกว่าหากบ้านพระเอกบึ้มกูก็ไม่รู้สึกอะไร องค์ประกอบพวกนี้ที่มันควรจะส่งเสริมหนังฟอร์มเล็กให้แอบน่าเชียร์กว่านี้ โดยเฉพาะพลอตเรื่องที่มันก็มีความน่าสนใจมาตั้งแต่ต้น แต่กลับกลายเป็นว่าหนังไม่สามารถใช้สอยสิ่งที่มีให้เป็นประโยชน์เราว่าภาพยนตรืเลยเป็นอีกเรื่องที่พลาดอย่างน่าเสียดาย