Pride & Prejudice | ดอกไม้ทรนง กับชายชาติผยอง (2005)

Pride & Prejudice

Pride & Prejudice | ดอกไม้ทรนง กับชายชาติผยอง (2005)

Pride and Prejudice เป็นนวนิยายประเภทเรียลลิสติกเรื่องแรกๆ ของโลก  ประพันธ์โดย เจน ออสติน นักประพันธ์ชาวอังกฤษ ผลงานของเธอจัดว่ามีชื่อเสียงมากในสมัยนั้น และที่น่าทึ่งคือนวนิยายเรื่องนี้ตีพิมพ์มา 200 กว่าปีแล้ว ได้รับการแปลในภาษาต่างๆ หลายภาษา ในภาษาไทยก็มีนะคะใช้ชื่อว่าสาวทรงเสน่ห์  ในฉบับภาษาไทยได้รับการแปลโดยจูเลียตซึ่งเป็นนามปากกาของคุณชนิด สายประดิษฐ ภรรยากุหลาบ สายประดิษฐนักประพันธ์ชั้นครูอีกคนหนึ่งของไทย สาวทรงเสน่ห์ตีพิมพ์ครั้งแรกปี พ.ศ. 2493 โดยสำนักพิมพ์บำรุงสาส์น ซึ่งก็ผ่านมา 70 ปีแล้ว วันนี้เราก็เลยอยากแนะนำภาพยนตร์ หนังชนโรง ที่ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่องนี้กับภาพยนตร์เรื่อง Pride & Prejudice  ดอกไม้ทรนง กับชายชาติผยอง จะโรแมนติก จะสุขหรือเศร้าขนาดไหนต้องไปดูกัน

Pride & Prejudice  ดอกไม้ทรนง กับชายชาติผยอง เป็นภาพยนตร์อังกฤษแนว โรแมนติก Romance ในมุมหนึ่งของประเทศอังกฤษในช่วงสิ้นสุดศตวรรษที่ 18 มิสซิสเบนเน็ต (เบรนด้า เบล็ทธิน) ได้ทราบข่าวอันน่าตื่นเต้น หนุ่มโสดผู้ร่ำรวยรายหนึ่ง ได้ย้ายมาอยู่ในคฤหาสน์ที่เนเธอร์ฟิลด์ปาร์ก มิสซิสเบนเน็ตที่มีลูกสาวถึง 5 คนและไร้ซึ่งทรัพย์สิน ถือเป็นหน้าที่ของเธอ ที่จะทำให้หนุ่มโสดผู้นี้แต่งงานกับลูกสาวคนหนึ่งของเธอมิสเตอร์ชาร์ลส์ บิงลี่ย์ (ไซม่อน วู้ดส์) ผู้เพิ่งย้ายมาใหม่เกิดสนใจในตัวเจน เบนเน็ต (โรซามันด์ ไพค์) ลูกสาวคนโตของครอบครัวซึ่งเป็นสาวสวยที่ดูสุภาพ โชคร้ายที่มิสเตอร์ฟิตซ์วิลเลี่ยม ดาร์ซี่ (แมทธิว แม็คฟาเดียน) เพื่อนที่เป็นหนุ่มเนื้อหอมของเขา ไม่คิดจะลดตัวเองลงมาคลุกคลีกับชาวเมือง เขาปฏิเสธที่จะเต้นรำกับเอลิซาเบธ เบนเน็ต (คีร์รา ไนท์ลีย์) โดยหารู้ไม่ว่า เธอแอบได้ยินคำสบประมาทของเขาเข้าคำเชิญจากน้องสาวของบิงลี่ย์ทำให้มิสซิสเบนเน็ตส่งเจนขึ้นหลังม้าออกไปท่ามกลางสายฝน ซึ่งทำให้เธอต้องค้างคืนที่นั่น แต่เจนเกิดล้มป่วย และเอลิซาเบธต้องรีบไปหาพี่สาว เมื่อได้รู้จักคุ้นเคยกันมากขึ้น

ดอกไม้ทรนง กับชายชาติผยอง

 ดาร์ซี่เริ่มเกิดความชื่นชมในตัวลิซซี่การมาถึงของกองทหารอาสาทำให้เอลิซาเบธเกิดความสนใจในตัวมิสเตอร์วิคแฮม (รูเพิร์ต เฟรนด์) ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วระหว่างเขากับเธอ ทำให้วิคแฮมกล้าเปิดเผยว่าเขาเคยมีอดีตกับดาร์ซี่ และเคยต้องทรมานกับความอยุติธรรมที่ได้รับจากดาร์ซี่ ครอบครัวเบนเน็ตยังมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญอีกคน เขาก็คือมิสเตอร์คอลลินส์ (ทอม ฮอลแลนเดอร์) ญาติที่จะได้รับมรดกตกทอด เป็นบ้านของครอบครัวเบนเน็ตเมื่อมิสเตอร์เบนเน็ตสิ้นชีวิตลง แต่เป็นคนที่ยื่นข้อเสนอจะแต่งงานกับลูกสาวคนหนึ่งของครอบครัว คอลลินส์ที่ได้รับการยืนยันอย่างเชื่อมั่นจากมิสซิสเบนเน็ตว่าเจนกำลังจะหมั้นหมาย จึงหันไปสนใจเอลิซาเบธแทนชะตากรรมในเรื่องความรักของสองสาวแขวนอยู่กับงานเลี้ยงที่เนเธอร์ฟิลด์ ซึ่งลิซซี่ที่เกิดความผิดหวังเมื่อมิสเตอร์วิคแฮมหายตัวไป โยนความผิดให้กับดาร์ซี่ หลังจากงานเลี้ยง บิงลี่ย์จากไปอย่างกะทันหัน ทิ้งให้เจนหัวใจสลายและเอลิซาเบธรู้สึกโกรธแค้น เธอปฏิเสธคำขอแต่งงานของคอลลินส์ท่ามกลางเสียงโวยวายของคนทั้งครอบครัว แต่ที่สร้างความตกใจให้กับเอลิซาเบธก็คือชาร์ล็อตต์ ลูคัส (คลาวดี้ แบล็กลี่ย์) เพื่อนของเธอกลับตกลงใจที่จะแต่งงานกับมิสเตอร์คอลลินส์

ในเวลาต่อมา เอลิซาเบธได้เดินทางไปเยี่ยมคู่แต่งงานใหม่และได้พบกับ เลดี้แคเธอรีน เดอ บัวร์ก (จูดี้ เดนช์) ผู้อุปถัมภ์ของมิสเตอร์คอลลินส์ เลดี้แคเธอรีนกำลังต้อนรับชายหนุ่มสองคน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือมิสเตอร์ดาร์ซี่ ผู้สร้างความตื่นตะลึงให้กับเอลิซาเบธด้วยการประกาศความรักของเขา เอลิซาเบธปฏิเสธ โดยกล่าวหาว่าเขาเป็นคนทำลายความสุขของเจนและความหวังของมิสเตอร์วิคแฮม พวกเขาจากกันด้วยความรู้สึกโกรธขึ้ง แต่ดาร์ซี่เขียนจดหมายถึงเธอฉบับหนึ่งที่ทำให้เอลิซาเบธต้องมองดูเหตุการณ์ต่างๆ แตกต่างไปจากเดิม โดยเฉพาะในเรื่องการทรยศของวิคแฮมเมื่อกลับถึงบ้าน เอลิซาเบธพยายามที่จะเข้าไปแทรกแซงเมื่อลิเดีย น้องสาวคนสุดท้อง ได้รับเชิญให้ไปที่ไบรห์ตันขณะที่กองทหารอาสากำลังจะจากไป สุดท้ายเรื่องราวจะเป็นไงต่อต้องไปดูกัน

Pride & Prejudice

หลังจากเราชมภาพยนตร์ หนังชนโรงHD เรื่องนี้จบ เราชอบพอสมควร อย่างที่บอกไปเรื่องนี้อย่างที่บอกเป็นหนังที่สร้างจากนวนิยายโรแมนติกเรียลลิสติกเรื่องแรกๆ ของโลก เพราะฉะนั้นแนวความคิดที่หนังสื่อออกมาจะเป็นภาพสะท้อนแนวคิดของผู้คนในยุคสมัยที่นวนิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นมาหลยร้อยปีก่อน ถ้าจุดไหนจะชยหรือบ้งเป้นเรื่องที่พอรับได้ ตัวบทภาพยนตร์ก็ดีนะ แผลน้อย คียร่าสื่อออกมาได้ดีจริงๆ สมกับที่เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ในสาขาดารานำหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่องนี้ด้วย อีกอย่างที่ขอชมคือทิศทางหนังงาน Production Design และ Costume ที่ออกมาดีมากเลยๆ ด้าน Production ก็โอเคแต่ไม่ได้ว้าวมากอะไรขนาดนั้นรวมๆ เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่ดูง่ายย่อยง่าย ดูแล้วก็อินได้ไม่ยาก