Chappie | แชปปี้ จักรกลเปลี่ยนโลก (2015)

Chappie

Chappie | แชปปี้ จักรกลเปลี่ยนโลก (2015)

สถานการณ์ โควิดยังระบาดเด็กๆ ก็ต้องเรียนออนไลน์ทำให้ ช่วงเวลานี้มีเด็กๆอยู่บ้านมากมาย ทั้งเด็กเล็กเด็กโต จนพ่อแม่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรกับลูกดี ดูหนังก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย เราว่า family movie ดูเหมาะสมดี บางเรื่องก็ หนังชนโรง สำหรับเฉพาะเด็กโตหน่อย บางเรื่องใหม่ บางเรื่องค่อนข้างเก่า บางเรื่องเก่ามาก แต่เราอยากแนะนำภาพยนตร์ที่ไม่เก่าไม่ใหม่ใครๆ ก็ดูได้ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่กับภาพยนตร์เรื่อง Chappie  แชปปี้ จักรกลเปลี่ยนโลก เรื่องราวจะสนุกสนานขนาดไหนไปดูกัน

Chappie  แชปปี้ จักรกลเปลี่ยนโลก เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนว วิทยาศาสตร์ Sci-fi เรื่องราวเกี่ยวกับกรมตำรวจในเมืองโยฮันเนสเบิร์ก ที่มีโครงการต้องการลดระดับอาชญากรในเมืองให้ลดลง โดยการนำ “หุ่นยนต์” มาทำหน้าที่นี้ จึงได้ร่วมมือกับบริษัท “Tetravaal” โดยการนำหุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบโดย “ดีออน วิลสัน” (นำแสดงโดย เดฟ พาเทล) หนุ่มนักประดิษฐ์ที่ได้ให้กำเนิดหุ่นยนต์ตำรวจที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากมาใช้ในโครงการ จึงทำให้มียอดการสั่งซื้อหุ่นยนต์จากกรมตำรวจอย่างต่อเนื่อง โดยอีกด้านหนึ่ง “วินเซนต์” (นำแสดงโดย ฮิวจ์ แจ็คแมน) นายทหารเก่าที่เชี่ยวชาญทางการรบและมีความใฝ่ฝันที่จะสร้างหุ่นยนต์โจมตีจากระยะไกล ซึ่งในชณะนั้น “วินเซนต์” เองก็ได้พัฒนาโครงการที่เรียกว่า “Moose” นำเสนอให้กับทาง Tetravaal แต่ทาง Tetravaal และกรมตำรวจไม่สนใจ โปรเจคนี้จึงถูกปัดตกไป ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ “วินเซนต์” เกิดความอิจฉา “ดิออน” เป็นอย่างมาก 

แชปปี้ จักรกลเปลี่ยนโลก

จึงเป็นเหตุที่ทำให้พวกเขาเกิดความไม่ลงรอยและเกิดการชิงดีชิงเด่นขึ้นมา จนกระทั่ง “ดีออน” ได้พัฒนาระบบ “ปัญญาประดิษฐ์” ขึ้นมาเพื่อจะนำมาใช้กับหุ่นยนต์ให้สามารถมีความคิดเป็นของตัวเองได้ แต่ทาง “มิเชล แบรดลีย์” (นำแสดงโดย  ซิกัวร์นีย์ วีเวอร์) CEO ของ Tetravaal ไม่อนุมัติและขอให้ยกเลิกโครงการนี้ไป แต่ว่า “ดีออน” เองไม่ยอมแพ้ เขาได้แอบลักลอบนำหุ่นยนต์ที่เกิดความเสียหายใช้งานไม่ได้ที่กำลังจะถูกทำลายทิ้งออกมา เพื่อจะนำมาทดสอบระบบปัญญาประดิษฐ์ของเขา แต่จู่ๆ ก็เกิดมีโจรกลุ่มหนึ่งได้ขโมยหุ่นยนต์ตัวนี้ไปและได้บังคับให้ “ดีออน” โปรแกรมหุ่นตัวนี้เพื่อใช้ในปล้นธนาคาร และยังได้ตั้งชื่อให้หุ่นยนตร์ตัวนี้ว่า “Chappie” Chappie” จึงได้เข้ามาอยู่ในแก๊งค์ปล้นธนาคารโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลย แต่ “ดิออน” ก็พยายามที่จะสอนและปลูกฝังให้ “Chappie” ได้เรียนรู้และเติบโตไปในด้านที่ดีตลอดเวลาเท่าที่มีโอกาสจะทำได้ในขณะที่อยู่ท่ามกลางแก๊งค์โจร แต่ในขณะเดียวกัน “วินเซนต์” ก็คอยตามมารังควาน “ดิออน” อย่างไม่เลิกและยังแอบมีแผนการร้ายอีกด้วย ที่เทราวาล วินเซนต์ใช้กุญแจยามในการอัพโหลดไวรัส โดยการทำลายและปิดการใช้งานของสอดแนมทั้งหมด รวมทั้งเชปปี้ด้วย

 อาชญากรของโจฮันเนสเบิร์กวิ่งอย่างรวดเร็วบนถนน และดีออนพาเชปปี้ไปที่โรงงานเทตราวาลเพื่อซ่อมแซมเขา หลังจากถูกเรียกตัวใหม่ แชปปี้สังเกตเห็นหมวกกันน็อคที่ใช้ควบคุมโมส ที่ซ่อน เขาปรับปรุงมันใหม่ เพื่อให้เขาสามารถถ่ายโอนสติของเขาไปยังคอมพิวเตอร์ เพื่อที่เขาจะได้เปลี่ยนร่าง เมื่อร่างปัจจุบันของเขาตายแก๊งนินจาใช้ชอปปี้ปล้นรถเกราะ การกระทำที่ติดอยู่ในข่าว ทำให้เทตราวาลตามล่าเขา เมื่อเชปปี้รู้ว่าแผนของนินจา ในการยึดร่างนั้นเป็นเรื่องโกหก เขาเตรียมจะฆ่านินจาเพื่อทรยศ อย่างไรก็ตามดีออนมาถึงเพื่อเตือนพวกเขาว่า มิเชล แบรดลีย์ ได้สั่งให้เชปปี้ถูกทำลาย ในตอนนั้น หุ่นยนต์โมส (ควบคุมจากระยะไกลโดยวินเซนต์) ถูกปล่อยตัว เพื่อสังหารดีออนและเชปปี้ที่ซ่อนตัว ในเวลาเดียวกันที่ฮิปโปมาถึงเพื่อเก็บหนี้ของเขา อเมริก้าและฮิปโปถูกฆ่าในสงครามต่อเนื่อง ขณะที่ดีออนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อนินจากำลังจะถูกฆ่า โยแลนดี้เสียสละตัวเองเพื่อช่วยเขา และเชปปี้ทำลายมอสส์โดยการระเบิดระเบิด แต่พวกเขาจะทำสำเร็จหรือไม่ต้องไปดูกัน

Chappie

หลังจากเราดู หนังชนโรงHD เราค่อนข้างเฉยๆ แต่ไม่ได้แปลว่ามันแย่อะไรนะ เป็นพล็อตหนังหุ่นยนต์ที่เราว่าไม่ได้มีความแปลกใหม่อะไร แต่พอดูเพลินๆ ได้ เพราะถือว่ามีครบรส มีความเป็นหนังครอบครัวและแมสๆ ตัวหุ่นยนต์ก็น่ารักน่าเอ็นดู อีกทั้งยังมีการสอดแทรกสาระข้อคิดเรื่องการเลี้ยงดูลูกหรือการเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่เด็กอีกด้วย ข้อดีคือได้เห็น Hugh Jackman ในเรื่องนี้เป็นตัวร้าย ถึงแม้การเล่าเรื่องช่วงกลางๆ อาจจะน่าเบื่อไปเสียหน่อย เพราะไม่ได้บู๊กระจายอย่างที่หวังแต่องก์สุดท้ายหนังเขาก็จบลงได้ด้วยดี ในส่วนที่พะบู๊ก็มันก็มันใช้ได้ในระดับน่าพอใจ รวมๆ ไม่ได้ดีมาก แต่ก็ไม่ได้แย่มากถึงขั้นกับรับไม่ได้ อีกอย่างอาจจะดูหนังเด็กแต่ฉากโหดเยอะจริง

Kill Switch | วันหายนะพลิกโลก (2017)

Kill Switch

Kill Switch | วันหายนะพลิกโลก (2017)

หนังที่สร้างจากเกมส่วนใหญ่พอต้องมาขยายพลอตจับเป็น หนังชนโรง มันก็มีโจทย์เดียวกันคือต้องขายความเป็นแอ็คชันแฟนตาซีให้ปังเพื่อความอยู่รอด พูดง่ายๆ ก็คือทำยังไงก็ได้ให้คนที่แค่อยากดูเอามันรู้สึกว่า ‘นั่นไงมันเอากูแล้ว’ ก็พอ แต่ส่วนใหญ่จะมาตกม้าตายเพราะพลอตเรื่องที่โหรงเหรงเกินรับได้ จับซับเจกต์ไม่ถูก ไม่รู้ว่าผู้กำกับมนั้นต้องการสกัดประเด็นอะไรกันแน่ เอาไปเอามาสุดท้ายก็ต้องพึ่งออร่าขาอ่อนนักแสดงเป็นสูตรบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเรื่อง Kill Switch  วันหายนะพลิกโลก ก็เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่เข้าข่ายภาพยนตร์แบบนี้

เรื่อง Kill Switch  วันหายนะพลิกโลก เป็นภาพยนตร์แนว วิทยาศาสตร์ Sci-fi เป็นในอนาคตอันใกล้นี้ นักฟิสิกส์และอดีตนักบินของนาซ่า วิลล์ พอร์เตอร์ ได้รับการคัดเลือกจากอัลเทอร์เพล็กซ์ บริษัทพลังงานที่สร้างหอคอยขนาดใหญ่ที่เข้าถึงพลังงานควอนตัมที่ไม่มีขีดจำกัด เผยว่ากำลังทำลายจักรวาลกระจก โลกที่เรียกว่า “เสียงสะท้อน” และประชากรที่นั่นยังมีหอคอยพลังงานด้วย ความผิดปกติของแรงโน้มถ่วงที่แปลกประหลาดและการตายที่ไม่สามารถอธิบายได้กำลังเกิดขึ้นในโลกของ The Echo ที่ถูกตำหนิบนหอคอย เนื่องจากมันใช้พลังงานจากโลกนั้น ไม่ควรมีชีวิตอยู่ที่นั่น แต่เนื่องจากความผิดปกติ อุปกรณ์นี้จึงสร้างกระจกเงาที่แท้จริงที่เต็มไปด้วยชีวิต และตอนนี้ทั้งสองโลกต้องเผชิญกับการทำลาย เว้นแต่จะถูกทำลายภายในไม่ถึงหนึ่งวัน

วันหายนะพลิกโลก

พอร์เตอร์ถูกส่งไปยัง The Echo ด้วยอุปกรณ์ลูกบาศก์ที่เรียกว่า “Redivider” เชื่อว่ามันจะสร้างสมดุลระหว่างการถ่ายโอนพลังงานระหว่างสองจักรวาลและทำให้สิ่งต่างๆถูกต้อง แทนที่จะเป็นเช่นนั้น เขาเรียนรู้ว่าอุปกรณ์นี้เป็นสวิทช์ฆ่าที่จะทำลาย The Echo บังคับให้เขาตัดสินใจว่าจะเสียสละจักรวาลไหนเพื่อช่วยอีกจักรวาลหนึ่ง กองทัพในเดอะเอคโค่รู้เรื่องนี้ และกำลังพยายามจับกุมหรือฆ่าเขา นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม “กบฏต่อต้านหอคอย” ที่กำลังต่อสู้กับกองทัพของหอคอยอย่างจริงจังแต่จะจะสนุกแค่ไหนต้องไปดูกัน

ตัวหนังใช้วิธีการเล่าแบบตัดสลับเหตุการณ์ก่อนหลังและโลกทั้ง 2 มิติ โดยใช้วิธีเล่าเรื่องด้วยมุมกล้องแบบเดียวกับเกมแนวยิงทั้งหลาย (FPS) ใช้กัน ให้ฟีลเหมือนสมัยที่ยังเล่นเกม Half-Life ทำนองเดียวกับการจ่ายเงินไปรอเล่นเครื่องซิมูเลเตอร์ตามสวนสนุกที่จำลองคนดูเป็นตัวละครแล้วเอาตัวรอดจากศัตรูตรงหน้า มีเกจวัดค่า HP คำแนะนำการใช้อาวุธหรือคำเตือนที่ปรากฏขึ้นหากตัวละครเสียเลือดมากจากการต่อสู้ ซึ่งแน่นอนว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ เมื่อเทียบกับปีหนังสั้นเมื่อปี 2009 อีกแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็สารภาพว่าช่วงแรกต้องใช้เวลาปรับตัวกับมุมมองของหนังที่ออกแบบมาในมุมมองบุคคลที่ 1 เหมือนกัน เรียกว่าใครที่เคยอ้วกแตกตอนเล่นเกมตระกูล Half-Life หรือ Counter Strike สมัยก่อนก็อาจจะมีพะอืดพะอมบ้างกับ Kill Switch หากไม่ใช่คอเกมเมอร์ที่มีภูมิคุ้มอยู่ในดีเอ็นเอ จากหนัง ‘ปุ่มสั่งตาย’ ก็อาจจะกลายเป็น ‘ปุ่มสั่งอ้วก’ ได้เหมือนกัน นอกจากนี้

Kill Switch

 อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ หนังชนโรงHD เหมือนจะทำได้พอโอเคคือเรื่องของการดีไซน์เอฟเฟกต์ล้ำๆ ให้ได้กลิ่นของความเป็นหนังไซไฟชนิดน่าตื่นตาตื่นใจเกินคาดเลย เพียงแต่จะไปสะดุดกับการเดินเรื่องหลายจุดที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม แถมอาจจะเนือยจนแอบง่วงเหงาหาวนอนไปบ้าง ตัวละครแต่ละตัวที่แบนราบเป็นไม้กระดาน การผูกเรื่อง แรงจูงใจของตัวละครที่ขาดน้ำหนัก โดยเฉพาะประเด็นดรามาในเรื่องที่ วิล ต้องการไปเสี่ยงตายช่วยโลกเพราะอะไร หนังไม่ได้ให้น้ำหนักในเรื่องครอบครัวที่เขาต้องปกป้อง ไม่มีแบ็คกราวน์ในส่วนนี้ คนรอบตัวของ วิล อย่างน้องสาว มีอา และหลานชาย ดอนนี ก็เล่นออกมาได้ไม่เหมือนคนในครอบครัวที่มีความผูกพันกันแต่เหมือนคนแปลกหน้า เรียกว่าหากบ้านพระเอกบึ้มกูก็ไม่รู้สึกอะไร องค์ประกอบพวกนี้ที่มันควรจะส่งเสริมหนังฟอร์มเล็กให้แอบน่าเชียร์กว่านี้ โดยเฉพาะพลอตเรื่องที่มันก็มีความน่าสนใจมาตั้งแต่ต้น แต่กลับกลายเป็นว่าหนังไม่สามารถใช้สอยสิ่งที่มีให้เป็นประโยชน์เราว่าภาพยนตรืเลยเป็นอีกเรื่องที่พลาดอย่างน่าเสียดาย

Pride & Prejudice | ดอกไม้ทรนง กับชายชาติผยอง (2005)

Pride & Prejudice

Pride & Prejudice | ดอกไม้ทรนง กับชายชาติผยอง (2005)

Pride and Prejudice เป็นนวนิยายประเภทเรียลลิสติกเรื่องแรกๆ ของโลก  ประพันธ์โดย เจน ออสติน นักประพันธ์ชาวอังกฤษ ผลงานของเธอจัดว่ามีชื่อเสียงมากในสมัยนั้น และที่น่าทึ่งคือนวนิยายเรื่องนี้ตีพิมพ์มา 200 กว่าปีแล้ว ได้รับการแปลในภาษาต่างๆ หลายภาษา ในภาษาไทยก็มีนะคะใช้ชื่อว่าสาวทรงเสน่ห์  ในฉบับภาษาไทยได้รับการแปลโดยจูเลียตซึ่งเป็นนามปากกาของคุณชนิด สายประดิษฐ ภรรยากุหลาบ สายประดิษฐนักประพันธ์ชั้นครูอีกคนหนึ่งของไทย สาวทรงเสน่ห์ตีพิมพ์ครั้งแรกปี พ.ศ. 2493 โดยสำนักพิมพ์บำรุงสาส์น ซึ่งก็ผ่านมา 70 ปีแล้ว วันนี้เราก็เลยอยากแนะนำภาพยนตร์ หนังชนโรง ที่ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่องนี้กับภาพยนตร์เรื่อง Pride & Prejudice  ดอกไม้ทรนง กับชายชาติผยอง จะโรแมนติก จะสุขหรือเศร้าขนาดไหนต้องไปดูกัน

Pride & Prejudice  ดอกไม้ทรนง กับชายชาติผยอง เป็นภาพยนตร์อังกฤษแนว โรแมนติก Romance ในมุมหนึ่งของประเทศอังกฤษในช่วงสิ้นสุดศตวรรษที่ 18 มิสซิสเบนเน็ต (เบรนด้า เบล็ทธิน) ได้ทราบข่าวอันน่าตื่นเต้น หนุ่มโสดผู้ร่ำรวยรายหนึ่ง ได้ย้ายมาอยู่ในคฤหาสน์ที่เนเธอร์ฟิลด์ปาร์ก มิสซิสเบนเน็ตที่มีลูกสาวถึง 5 คนและไร้ซึ่งทรัพย์สิน ถือเป็นหน้าที่ของเธอ ที่จะทำให้หนุ่มโสดผู้นี้แต่งงานกับลูกสาวคนหนึ่งของเธอมิสเตอร์ชาร์ลส์ บิงลี่ย์ (ไซม่อน วู้ดส์) ผู้เพิ่งย้ายมาใหม่เกิดสนใจในตัวเจน เบนเน็ต (โรซามันด์ ไพค์) ลูกสาวคนโตของครอบครัวซึ่งเป็นสาวสวยที่ดูสุภาพ โชคร้ายที่มิสเตอร์ฟิตซ์วิลเลี่ยม ดาร์ซี่ (แมทธิว แม็คฟาเดียน) เพื่อนที่เป็นหนุ่มเนื้อหอมของเขา ไม่คิดจะลดตัวเองลงมาคลุกคลีกับชาวเมือง เขาปฏิเสธที่จะเต้นรำกับเอลิซาเบธ เบนเน็ต (คีร์รา ไนท์ลีย์) โดยหารู้ไม่ว่า เธอแอบได้ยินคำสบประมาทของเขาเข้าคำเชิญจากน้องสาวของบิงลี่ย์ทำให้มิสซิสเบนเน็ตส่งเจนขึ้นหลังม้าออกไปท่ามกลางสายฝน ซึ่งทำให้เธอต้องค้างคืนที่นั่น แต่เจนเกิดล้มป่วย และเอลิซาเบธต้องรีบไปหาพี่สาว เมื่อได้รู้จักคุ้นเคยกันมากขึ้น

ดอกไม้ทรนง กับชายชาติผยอง

 ดาร์ซี่เริ่มเกิดความชื่นชมในตัวลิซซี่การมาถึงของกองทหารอาสาทำให้เอลิซาเบธเกิดความสนใจในตัวมิสเตอร์วิคแฮม (รูเพิร์ต เฟรนด์) ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วระหว่างเขากับเธอ ทำให้วิคแฮมกล้าเปิดเผยว่าเขาเคยมีอดีตกับดาร์ซี่ และเคยต้องทรมานกับความอยุติธรรมที่ได้รับจากดาร์ซี่ ครอบครัวเบนเน็ตยังมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญอีกคน เขาก็คือมิสเตอร์คอลลินส์ (ทอม ฮอลแลนเดอร์) ญาติที่จะได้รับมรดกตกทอด เป็นบ้านของครอบครัวเบนเน็ตเมื่อมิสเตอร์เบนเน็ตสิ้นชีวิตลง แต่เป็นคนที่ยื่นข้อเสนอจะแต่งงานกับลูกสาวคนหนึ่งของครอบครัว คอลลินส์ที่ได้รับการยืนยันอย่างเชื่อมั่นจากมิสซิสเบนเน็ตว่าเจนกำลังจะหมั้นหมาย จึงหันไปสนใจเอลิซาเบธแทนชะตากรรมในเรื่องความรักของสองสาวแขวนอยู่กับงานเลี้ยงที่เนเธอร์ฟิลด์ ซึ่งลิซซี่ที่เกิดความผิดหวังเมื่อมิสเตอร์วิคแฮมหายตัวไป โยนความผิดให้กับดาร์ซี่ หลังจากงานเลี้ยง บิงลี่ย์จากไปอย่างกะทันหัน ทิ้งให้เจนหัวใจสลายและเอลิซาเบธรู้สึกโกรธแค้น เธอปฏิเสธคำขอแต่งงานของคอลลินส์ท่ามกลางเสียงโวยวายของคนทั้งครอบครัว แต่ที่สร้างความตกใจให้กับเอลิซาเบธก็คือชาร์ล็อตต์ ลูคัส (คลาวดี้ แบล็กลี่ย์) เพื่อนของเธอกลับตกลงใจที่จะแต่งงานกับมิสเตอร์คอลลินส์

ในเวลาต่อมา เอลิซาเบธได้เดินทางไปเยี่ยมคู่แต่งงานใหม่และได้พบกับ เลดี้แคเธอรีน เดอ บัวร์ก (จูดี้ เดนช์) ผู้อุปถัมภ์ของมิสเตอร์คอลลินส์ เลดี้แคเธอรีนกำลังต้อนรับชายหนุ่มสองคน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือมิสเตอร์ดาร์ซี่ ผู้สร้างความตื่นตะลึงให้กับเอลิซาเบธด้วยการประกาศความรักของเขา เอลิซาเบธปฏิเสธ โดยกล่าวหาว่าเขาเป็นคนทำลายความสุขของเจนและความหวังของมิสเตอร์วิคแฮม พวกเขาจากกันด้วยความรู้สึกโกรธขึ้ง แต่ดาร์ซี่เขียนจดหมายถึงเธอฉบับหนึ่งที่ทำให้เอลิซาเบธต้องมองดูเหตุการณ์ต่างๆ แตกต่างไปจากเดิม โดยเฉพาะในเรื่องการทรยศของวิคแฮมเมื่อกลับถึงบ้าน เอลิซาเบธพยายามที่จะเข้าไปแทรกแซงเมื่อลิเดีย น้องสาวคนสุดท้อง ได้รับเชิญให้ไปที่ไบรห์ตันขณะที่กองทหารอาสากำลังจะจากไป สุดท้ายเรื่องราวจะเป็นไงต่อต้องไปดูกัน

Pride & Prejudice

หลังจากเราชมภาพยนตร์ หนังชนโรงHD เรื่องนี้จบ เราชอบพอสมควร อย่างที่บอกไปเรื่องนี้อย่างที่บอกเป็นหนังที่สร้างจากนวนิยายโรแมนติกเรียลลิสติกเรื่องแรกๆ ของโลก เพราะฉะนั้นแนวความคิดที่หนังสื่อออกมาจะเป็นภาพสะท้อนแนวคิดของผู้คนในยุคสมัยที่นวนิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นมาหลยร้อยปีก่อน ถ้าจุดไหนจะชยหรือบ้งเป้นเรื่องที่พอรับได้ ตัวบทภาพยนตร์ก็ดีนะ แผลน้อย คียร่าสื่อออกมาได้ดีจริงๆ สมกับที่เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ในสาขาดารานำหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่องนี้ด้วย อีกอย่างที่ขอชมคือทิศทางหนังงาน Production Design และ Costume ที่ออกมาดีมากเลยๆ ด้าน Production ก็โอเคแต่ไม่ได้ว้าวมากอะไรขนาดนั้นรวมๆ เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่ดูง่ายย่อยง่าย ดูแล้วก็อินได้ไม่ยาก

The Boy In The Striped Pyjamas | เด็กชายในชุดนอนลายทาง (2008)

The Boy In The Striped Pyjamas

The Boy In The Striped Pyjamas | เด็กชายในชุดนอนลายทาง (2008)

ภาพยนตร์ถือเป็นสิ่งที่ให้ความบันเทิงแก่ผู้ชมหรือหลายๆ ภาพยนตร์นั้นอาจจะให้กำลังใจแก่ผู้คนทั้งหลายและมักจะจบบริบูรณ์แบบสวยงามเสมอ หนังชนโรง แต่ก็มีภาพยนตร์อยู่กลุ่มหนึ่งที่มีตอนจบที่เลวร้ายและเป็นที่จดจำของคนดูแบบอาจจะลืมไม่ลงเลยทีเดียวอย่างเช่นเรื่อง The Boy In The Striped Pyjamas  เด็กชายในชุดนอนลายทาง รับรองดูแล้วเหวอไปหลายวัน

The Boy In The Striped Pyjamas  เด็กชายในชุดนอนลายทาง เป็นภาพยนตร์แนว ดราม่า Drama เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อพ่อของบรูโนเป็นทหารเยอรมันได้เลื่อนตำแหน่งไปคุมค่ายกักกันชาวยิวที่ชานเมือง ครอบครัวประกอบด้วยพ่อแม่บรูโนและเกรเทลพี่สาวของบรูโนเลยต้องย้ายไปหมด บรูโนไม่อยากไปเพราะไม่อยากแยกจากเพื่อนแต่ก็ต้องไป พ่อแม่โกหกบรูโนว่าแถวนั้นเป็นฟาร์ม พอไปถึงพ่อก็เริ่มประชุมงาน บรูโนกับเกรเทลแยกกันเลือกห้องนอน หน้าต่างห้องนอนของบรูโนมองเห็นค่ายกักกันแต่บรูโนเข้าใจว่าเป็นฟาร์มแถมยังเห็นเด็กสวมชุดที่บรูโนคิดว่าเป็นชุดนอน พ่อของบรูโนเลยสั่งปิดหน้าต่างทิ้ง พ่อของบรูโนหาครูมาสอนบรูโนกับเกรเทลที่บ้าน

เด็กชายในชุดนอนลายทาง

 ครูเป็นพวกคลั่งชาติสอนแต่ให้เกลียดชังชาวยิว ชาวยิวคือศัตรู ยิวเหมือนไม่ใช่คนซึ่งเกรเทลก็ซึมซับไปเร็วมากส่วนบรูโนก็สนใจเรื่องผจญภัย อยากออกไปหาเพื่อนเล่นที่ฟาร์ม บรูโนขอยางรถยนต์เก่าจากคอทเลอร์ผู้ช่วยทหารของพ่อ คอทเลอร์สั่งให้เชลยชาวยิวที่มารับใช้ในบ้านพาบรูโนไปเอายางรถยนต์เก่ามาทำชิงช้า บรูโนเห็นหน้าต่างห้องเก็บของก็เริ่มวางแผนหนีออกไปทางด้านหลัง บรูโนวิ่งผ่านป่าไปจนถึงรั้วค่ายกักกัน บรูโนเจอกับชามูเอลเด็กชายอายุเท่ากับบรูโนที่ถูกจับมาทั้งครอบครัว ด้วยความสงสัยบรูโนเริ่มซักถามจากชามูเอล ชามูเอลถามหาอาหารจากบรูโน บรูโนแอบออกไปหาชามูเอลเรื่อยๆ โดยที่ยังไม่รู้ว่าชามูเอลกับคนในนั้นคือเชลยที่ถูกจับตัวมาใช้แรงงาน ต่อมาชามูเอลถูกพามาเช็ดแก้วไวน์ที่บ้านบรูโน บรูโนหยิบขนมให้ชามูเอลคอทเลอร์เข้ามาเห็นพอดีชามูเอลบอกว่ารู้จักกับบรูโน คอทเลอร์ถามย้ำแต่บรูโนไม่กล้ายอมรับกลับบอกว่าไม่เคยเจอชามูเอลมาก่อน ต่อมาบรูโนก็พบว่าชามูเอลถูกท้ร้ายแต่ชามูเอลก็ยังยอมเป็นเพื่อนกับบรูโนต่อ ปู่ของบรูโนมาเยี่ยมแต่ย่าไม่ยอมมาเพราะย่าไม่เห็นด้วยกับพ่อ แม่ของบรูโนเพิ่งรู้ว่าสามีมีส่วนร่วมในการสังหารหมู่ชาวยิวก็รับไม่ได้ คอทเลอร์หลุดพูดเรื่องพ่อของตัวเองที่ไม่เห็นด้วยกับพวกทหารเลยหนีไปอยู่สวิสเซอร์แลนด์

ต่อมาคอทเลอร์ก็ถูกพ่อบรูโนย้ายไปอยู่แนวหน้า ย่าของบรูโนถูกทิ้งระเบิดตายครอบครัวของบรูโนไปร่วมพิธีศพ พอกลับมาแม่ของบรูโนรับไม่ได้ก็เริ่มสติแตกถึงขั้นขอเลิกกับพ่อบรูโน พ่อบรูโนตกลงส่งแม่ เกรเทลและบรูโนไปอยู่ที่อื่น บรูโนออกไปลาชามูเอลที่กำลังเศร้าพ่อหายตัวไป บรูโนสัญญากับชามูเอลว่าจะช่วยตามหาพ่อ บรูโนวางแผนจะขุดหลุมลอดใต้รั้วไฟฟ้าข้ามไปฝั่งชามูเอล ชามูเอลบอกจะเอาชุดแบบเดียวกันมาให้บรูโนในวันรุ่งขึ้น วันต่อมาบรูโนของแม่ออกไปเล่นชิงช้าก่อนจะย้ายไปแม่อนุญาต บรูโนแอบทำแซนด์วิชพกไปด้วยแต่ดันทำหล่นในห้องเก็บของ บรูโนขุดหลุมลอดข้ามรั้วไปได้ก็เปลี่ยนใส่ชุดแบบเดียวกับชามูเอล

The Boy In The Striped Pyjamas

หลังจากเราชม หนังชนโรงHD เราชอบนะ หนังนำเสนอการมองความโหดร้ายทารุนของนาซีที่กระทำต่อชาวยิวผ่านสายตาของเด็กวัย 12 ขวบ ซึ่งเด็กไม่ได้มีความคิดถึงเชื้อชาติ หรือชาติพันธุ์ที่สูงส่งกว่าอะไรเลย เด็กก็คือเด็ก มีแต่ความบริสุทธิ์ รู้สึกทุกอย่างตรงๆ มตามที่มองเห็นเท่านั้น ม้จะมีความสวยงามทางด้านมิตรภาพต่างชาติพันธุ์ แต่ก็เป็นหนึ่งในหนังที่ทำร้ายจิตใจคนดูได้มากที่สุดเรื่องหนึ่งของโลก ยิ่งถ้าคนดูมีพื้นความรู้ทางประวัติศาสตร์ด้วยแล้วจะยิ่งทรมานจิตใจหลายเท่า เป็นหนังที่ใช้สัญลักษณ์ด้านภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ส่งผลทางด้านจิตใจโดยตรง เป็นหนึ่งในหนังที่ผมชอบที่สุด แต่ไม่อยากดูซ้ำเลย มันหดหู่เกินไป

Beauty And The Beast | โฉมงามกับเจ้าชายอสูร (2017)

Beauty And The Beast

Beauty And The Beast | โฉมงามกับเจ้าชายอสูร (2017)

เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักเจ้าหญิงดิสนีย์ ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน คุณต้องเคยอ่านและดูมาแล้วแน่นอน ถูกจับตามองทุกครั้งเมื่อเจ้าหญิงดิสนีย์ที่หลายคนชื่นชอบกลายมาเป็นภาพยนตร์ฉบับไลฟ์แอ็คชั่น ซึ่งการแคสนักแสดงแต่ละคนที่มารับบท หนังชนโรง ต่างๆ นั้นถือว่าทำได้ดีอาจจะมีดราม่าบ้างแต่พอดูหนังแล้วความสามารถก็ลงตัวกับบทบาทที่ได้รับหลายคน ซึ่งก็ได้นักแสดงดังๆมาร่วมรับบทวันนี้เราก็เลยอยากแนะนำภาพยนตร์ Live Action เจ้าหญิงดิสนีย์อีกเรื่องที่หลายคนน่าจะดจำได้กับภาพยนตร์เรื่อง Beauty And The Beast  โฉมงามกับเจ้าชายอสูร จะดีสู้ต้นฉบับได้ไหมและจะสนุกขนาดไหนต้องไปดูกัน

Beauty And The Beast  โฉมงามกับเจ้าชายอสูร เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนว โรแมนติก Romance ณ ประเทศฝรั่งเศส มีแม่มดคนหนึ่งปลอมตัวเป็นหญิงแก่ขอทานได้มายังปราสาทและขอเจ้าชายเลือดเย็นผู้เป็นเจ้าของปราสาทสำหรับที่พักโดยให้กุหลาบเป็นการแลกเปลี่ยน ซึ่งเจ้าชายปฏิเสธอย่างไม่ใยดีทำให้เธอสาปเจ้าชายให้กลายเป็นอสูรที่น่ารังเกียจและคนรับใช้ของเขากลายเป็นสิ่งของเครื่องใช้ รวมถึงลบความทรงจำที่เกี่ยวกับปราสาทออกจากหัวของคนที่รู้จักของพวกเขา แม่มดเสกดอกกุหลาบเอาไว้และบอกกับเจ้าชายว่าถ้าเจ้าชายรู้จักรักใครสักคนและคนที่เขารักนั้นรักกลับมาก่อนกุหลาบกลีบสุดท้ายล่วงโรยเขาและคนรับใช้จะกลับมาเป็นคนได้อีกครั้ง แต่ถ้าไม่พวกเขาจะเป็นแบบนี้ไปตลอดกาล หลายปีต่อมาในหมู่บ้านที่ชื่อว่าวีย์เนิฟ หญิงสาวนามว่าเบลล์ผู้ที่เต็มไปด้วยความฝันเกี่ยวกับการผจญภัย

โฉมงามกับเจ้าชายอสูร

 เธออาศัยอยู่กับพ่อของเธอนามว่ามอริสที่เป็นจิตรกรและนักประดิษฐ์ วันหนึ่งในขณะที่พ่อของเธอไปตลาดเพื่อขายกล่องดนตรี เขากับม้าของเขาฟิลิปหลงทางทางอยู่ในป่าและถูกหมาป่าทำร้าย เขาจึงมาหลบภัยในปราสาทอสูร และได้หยิบดอกกุหลาบในปราสาททำให้อสูรจองจำเพื่อเป็นการลงโทษ ต่อมาเบลล์ได้รู้ว่าพ่อของเธอหายตัวไปหลังจากฟิลิปกลับมา เธอได้ตามหาและพบเขาที่ถูกขังอยู่ในห้องขัง เธอจึงเสนอตัวว่าจะยอมถูกขังแทนมอริส ซึ่งอสูรก็ตกลง ต่อมาเบลล์ได้เป็นเพื่อนกับเหล่าคนรับใช้ซึ่งรับรองด้วยอาหารมื้อค่ำสุดวิเศษ หลังจากมื้อค่ำเธอไปที่ปีกตะวันตกอันเป็นเขตต้องห้ามและเธอก็ได้พบกุหลาบดอกหนึ่ง เมื่ออสูรมาพบเข้าจึงโกรธเธอมากและขู่เธอ ทำให้เธอหนีออกจากปราสาท ระหว่างทางเธอถูกหมาป่าโจมตี อย่างไรก็ตามอสูรก็ได้มาช่วยเธอไว้จนได้รับบาดเจ็บ เธอจึงช่วยปฐมพยาบาลให้เขา ด้วยเหตุนี้เองความสัมพันธ์ของทั้งสองได้พัฒนาขึ้น เหล่าคนใช้ได้บอกเธอว่าเธอนั้นช่วยถอนคำสาปได้ ขณะเดียวกันอสูรนั้นเริ่มมีความรู้ที่ดีเบลล์ขึ้นเรื่อยๆ และพาเธอไปที่ห้องสมุด เขาเอาของขวัญที่แม่มดให้มาให้เบลล์ดู ซึ่งนั้นก็คือหนังสือที่ทำให้ไปที่ใดก็ได้ตามที่ต้องการ เบลล์ใช้มันพาไปกังหันลมแห่งหนึ่งในปารีส ที่ที่เธอเคยอาศัยในวัยเด็ก

 เมื่อเธอพบกับหน้ากากของหมอ เธอจึงรู้ว่าเธอและพ่อของเธอถูกบังคับให้ทิ้งแม่ของเธอไปเนื่องจากแม่ของเธอเป็นกาฬโรคขณะเดียวกัน มอริสกับมาที่หมู่บ้านเพื่อขอให้ชาวบ้านช่วยเบลล์แต่ไม่สำเร็จ แกสตองอดีตทหารจึงเสนอตัวมาช่วยมอริสต่อมาเขาก็เปิดเผยว่าที่เขามาช่วยครั้งนี้เพื่อที่จะแต่งงานกับเบลล์ มอริสปฏิเสธทำให้แกสตองมัดเขาไว้กับต้นไม้และทิ้งเขาไว้ในป่าเพื่อเป็นอาหารของหมาป่า แต่แล้วมอริสก็ได้รับช่วยเหลือโดยอากาธา และได้กลับมาเพื่อบอกชาวบ้านถึงการกระทำอันเลวร้ายของแกสตอง แต่แกสตองก็ใส่ร้ายมอริสและบอกกับชาวบ้านให้เอามอริสไปรักษาทางจิตหลังจากเบลล์ได้เต้นรำและพูดคุยกับอสูร เธอพบว่าพ่อของเธอตกอยู่ในอันตรายโดยใช้กระจกวิเศษ อสูรจึงปล่อยเธอไปเพื่อช่วยมอริสและก่อนไปเขาให้กระจกวิเศษกับเธอ ที่หมู่บ้านเบลล์ได้แก้ต่างให้มอริสโดยแสดงอสูรในกระจกให้ชาวบ้านได้เห็น 

Beauty And The Beast

หลังจากเราชมภาพยนตร์ หนังชนโรงHD เราว่ามันก็พอได้แต่ไม่เห็นต่างจากฉบับการ์ตูนมากเท่าไร หนังค่อนข้างจะเดินเรื่องด้วยการร้องเพลงกันมากพอสมควร จะมีช่วงเวลาพูดคุยกันจริงๆ ไม่มากเท่าไหร่ ถ้าใครชอบเพลงเพราะๆ หนังเรื่องนี้มีมาให้อย่างเต็มอิ่ม กลับกันถ้าคุณไม่ชอบหนังที่มีแต่เพลงก็อาจจะรู้สึกว่ามันเยอะไปและการดูหนังที่ร้องกันแต่เพลง มีผลให้ต้องอ่านซับไตเติลมากขึ้นกว่าเดิมด้วย เพราะบทกวีที่ร้องเป็นเสียงสูงต่ำมันจะจับคำได้ยากกว่าการพูดสนทนากันตามปกติ โดยส่วนตัวแล้ว สิ่งที่เป็นจุดเด่นจริงๆ ของ Beauty and the Beast ก็คืองานที่อลังการดาวล้านดวงมาก เสื้อผ้า หน้าผม  ด้าน Production แสง สี เสียง ทุกอย่างดูดีไปหมด ยกเว้น CG ตัว Beast ที่หลายช่วงไม่เนียนเท่าไหร่ ดูปลอมพอสมควร รวมๆ แล้วเป็นภาพยนตร์ที่คอหนังดิสนีย์ไม่ควรพลาด มันก็เชยๆ แต่ก็มีบางประเด็นใหม่ๆ ที่แทรกเข้ามา

Edge of Tomorrow | ซูเปอร์นักรบดับทัพอสูร (2014)

Edge of Tomorrow

Edge of Tomorrow | ซูเปอร์นักรบดับทัพอสูร (2014)

   เราเชื่อว่าหลายๆคนน่าเคยดูหนังวนลูปมา  จะเป็นอย่างไร หากชีวิตต้องติดอยู่กับช่วงเวลาใด เวลาหนึ่งแบบวนเวียนไม่จบสิ้น? ประเด็นเรื่องของการติดอยู่กับ “ลูป” ของห้วงเวลาเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่มักถูกหยิบมานำเสนอบนจอภาพยนตร์ หนังชนโรง อยู่บ่อยๆ ซึ่งความน่าสนใจอยู่ที่การนำเสนอเหตุการณ์ที่ตัวละครต้องหาทางออกจากลูปเวลาเหล่านั้นให้ได้และนี่คือบางส่วนของหนัง “เวลาวนลูป” ที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมที่เราไม่อยากให้คุณพลาด วันนี้เราก็เลยอยากแนะนำภาพยนตร์แนววนลูป เรื่อง  Edge of Tomorrow  ซูเปอร์นักรบดับทัพอสูร จะสนุกจะเดือดขนาดไหนต้องไปดูกัน

Edge of Tomorrow  ซูเปอร์นักรบดับทัพอสูร เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนว  วิทยาศาสตร์ Sci-fi สงคราม War  แอคชั่น Action ในปี พ.ศ. 2558 มนุษย์ต่างดาวเผ่าที่ถูกเรียกว่า “มิมิก” เดินทางมารุกรานโลกและบุกยึดภาคพื้นทวีปยุโรปเอาไว้ ฝ่ายมนุษย์ได้จัดตั้งกองกำลังพันธมิตรป้องกันโลก (United Defense Force หรือ UDF) เพื่อทำสงครามกับมิมิก ซึ่งได้รับชัยชนะเพียงครั้งเดียวที่สมรภูมิเวอร์ดัน ประเทศฝรั่งเศส5 ปีต่อมา ในประเทศอังกฤษ พลเอก บริกแฮม (เบรนแดน กลีสัน) ผู้บัญชาการสูงสุดของ UDF สั่งการให้พันตรี วิลเลียม เคจ (ทอม ครูซ) จากหน่วยประชาสัมพันธ์ของกองทัพ ลงสนามรบที่ฝรั่งเศสร่วมกับพลทหารเพื่อบันทึกภาพปฏิบัติการดังกล่าว เคจปฏิเสธเนื่องจากตนไม่ได้ถูกฝึกมาให้ทำงานภาคสนามพร้อมกับข่มขู่ว่าจะป้ายความผิดให้บริกแฮมหากปฏิบัติการครั้งนี้ล้มเหลว 

ซูเปอร์นักรบดับทัพอสูร

เมื่อได้ฟังดังนั้น บริกแฮมจึงสั่งจับกุมและลดยศเคจเป็นพลทหาร และส่งไปปฏิบัติหน้าที่ที่แนวหน้าร่วมกับกองทหารหมู่เจ ภายใต้การบังคับบัญชาของจ่าสิบเอก แฟเรลล์ (บิลล์ แพกซ์ตัน)หนึ่งวันต่อมา เคจลงสนามรบและพบว่ากองทัพของมนุษย์ถูกมิมิกลอบโจมตีจนพ่ายแพ้ เขาฆ่ามิมิกตัวใหญ่ด้วยระเบิดได้ แรงระเบิดทำให้เลือดของมิมิกตัวนั้นสาดใส่เขา และเขาก็ตายไปพร้อมกันด้วยทันทีที่เขาตาย เขากลับตื่นขึ้นมาอีกครั้งในเช้าวันที่ถูกส่งตัวมายังหมู่เจพร้อมกับความทรงจำที่ได้รับจากสนามรบ เขาพยายามบอกทุกคนให้รู้ชะตากรรมของตัวเองในการรบแต่ไม่มีใครเชื่อ ทำให้เขาต้องร่วมรบแล้วตาย และฟื้นขึ้นมาในวันก่อนหน้าจะเกิดสงครามอีกครั้ง เคจตกอยู่ในวังวนนี้ซ้ำไปซ้ำมาจนทำให้เขามีทักษะในการรบเพิ่มขึ้นและสามารถคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในสนามรบได้อย่างแม่นยำ จนกระทั่งในการรบครั้งหนึ่ง เขาได้พบกับสิบเอกหญิง ริตา วราทัสกี (เอมิลี บลันต์) นักรบที่มีฝีมือและชื่อเสียงจากสมรภูมิเวอร์ดัน เมื่อเธอเห็นการเคลื่อนไหวและวิธีการต่อสู้ของเคจที่ก้าวหน้ากว่าคนอื่น ๆ เธอก็รู้ทันทีว่าเคจกำลังตกอยู่ในวังวนเวลาอย่างที่เธอเคยเป็น เธอจึงบอกเขาให้ไปพบเธอตอนที่ “ตื่น” อีกครั้ง แล้วทั้งคู่ก็เสียชีวิตจากแรงระเบิดในสงครามเมื่อเคจฟื้นขึ้น 

เขาได้ไปพบกับวราทัสกีและแนะนำตัวกับเธออีกครั้ง เธอพาเขาไปพบ ดร. คาร์เตอร์ (โนอาห์ เทย์เลอร์) ผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยาของมิมิก คาร์เตอร์อธิบายให้เคจฟังว่า มิมิกจะทำงานเหมือนผึ้ง โดยหากตัวจ่าฝูงที่เรียกว่า “อัลฟา” ถูกฆ่า ตัวนางพญาที่เรียกว่า “โอเมกา” จะย้อนเวลาชีวิตให้ตัวที่ถูกฆ่ากลับไปหนึ่งวันก่อนหน้านั้นเพื่อสร้างข้อได้เปรียบในการต่อสู้ โดยสาเหตุที่เคจสามารถย้อนเวลาได้เหมือนกับมิมิกที่ถูกฆ่า เป็นเพราะว่าเคจได้รับเลือดของมิมิกตัวที่เขาฆ่าตายในสมรภูมิครั้งแรก เช่นเดียวกันกับวราทัสกีที่เคยมีความสามารถนี้เมื่อครั้งทำสงครามที่สมรภูมิเวอร์ดัน แต่สุดท้ายก็สูญเสียมันไปหลังจากที่เธอถูกถ่ายเลือดหลังได้รับบาดเจ็บหลังจากนั้น วราทัสกีได้ฝึกการต่อสู้ให้เคจ แต่เคจมักล้มเหลวในการฝึกจนทำให้วราทัสกีต้องฆ่าเขาเพื่อให้กลับไปเริ่มต้นใหม่อยู่หลายครั้ง ด้วยความผิดหวังจากความล้มเหลวดังกล่าว เขาถอนตัวจากการฝึกและหลบหนีไปยังกรุงลอนดอน แต่ก็พบกับกลุ่มมิมิกที่วางแผนเข้าโจมตีลอนดอนในวันนั้นพอดีจนทำให้เขาเสียชีวิตอีกครั้ง

Edge of Tomorrow

หลังจากเราชมภาพยนตร์ หนังชนโรงHD เรื่องนี้จบ เราก็รู้สึกถือว่าเป็นงานที่ไม่ซ้ำซากและถูกดัดแปลงมาจากงานของต่างชาติ ซึ่งทำให้เรื่องราวดู สดใหม่และน่าสนใจ คือดีกว่ากว่าที่คาดหวังไว้ จากที่คาดหวังว่าต้องหลับแน่ๆ ปรากฏว่าไม่หลับเลยแถมฉาก Action ยังสนุกมากๆอีกด้วย บทก็ดีในระดับหนึ่ง นักแสดงก็เคมีดีมากๆ ด้าน Production  เรียกได้ว่าจัดเต็มทั้งงานภาพ CGI เรียกได้ว่าดีมากอลังการงานสร้าง รวมๆแล้วเป็นอีกเรื่องสนุกและดูง่ายดาราก็ดี มากเป็นเรื่องที่ครบรสมากๆเลย แฟนหนังไซไฟไม่ควรพลาด

Love U Kohk-E-Kueng | เลิฟยูโคกอีเกิ้ง (2020)

Love U Kohk-E-Kueng

Love U Kohk-E-Kueng | เลิฟยูโคกอีเกิ้ง (2020)

หลายๆคนน่าจะเคยดุละครไทยกันนะ ละครไทยมักมีเนื้อหาไม่ยาวนักและมักจะมีตอนเดียวจบ จนกระทั่งละครไทยเริ่มเฟื่องฟูไปพร้อมๆ กับเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนา จึงมีการเปลี่ยนจากละครแสดงสดเป็นรูปแบบเทปบันทึกภาพ และนำฉายตามช่วงเวลาต่างๆ ทำให้ละครไทยได้รับความนิยมจากผู้ชมมากยิ่งขึ้นไปอีก โดยเนื้อหาของละครไทยส่วนมากจะมีเนื้อเรื่องไปทางเดียวกัน คือเน้นเรื่องความรักและมักจะมีตอนจบที่สวยงามเสมอ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็มีแนวอื่นๆ หนังชนโรง แต่ละครบางเรื่องก็เลยได้รับความนิยมจนถูกไปต่อยอดเป็นภาพยนตร์อย่างเรื่อง Love U Kohk-E-Kueng  เลิฟยูโคกอีเกิ้ง ที่ต่อยอดจากละครเรื่อง ผู้บ่าวอินดี้ ยาหยีอินเตอร์

Love U Kohk-E-Kueng  เลิฟยูโคกอีเกิ้ง เป็นภาพยนตร์แนว ตลก Comedy เป็นเรื่องราวของ บักพล คืนสู่บ้านเกิด แล้วมาพบว่า แหม่ม ลูกครึ่งสาวอีสานที่แอบรักมานานกำลังถูกพ่อ บักจอห์นนี่ ฝรั่งขี้เมา บังคับแต่งงานกับลูกครึ่งฝรั่งอีสานด้วยกัน ร้อนถึงเหล่าสมาชิกวงกลองยาวโคกอีเกิ้งเริงร่าครอบครัวบักพล นำโดย พ่อปั้น-แม่ป่อง ต้องเฮโลมาช่วยทำให้งานแต่งล่ม เป็นผลให้คืนนั้นบักพลจำเป็นต้องพาแหม่มหนี เข้ากรุงเทพ ทิ้งจอห์นนี่ให้เสียใจหันไปพึ่งเหล้าจนเกิดเรื่องราวน่าสะพรึงโดยที่สองหนุ่มสาวไม่คาดคิด ความเฮี้ยนของผีจอห์นนี่-ผีฝรั่งเว้าอีสานตัวแรกของโลก ทำให้โคกอีเกิ้งขนหัวลุกและฮาป่วน ขณะที่บักพลกับแหม่มเกือบจะปล่อยใจคลุกวงในได้เสียเป็นผัวเมียก็ได้ข่าวว่าพ่อจอห์นนี่ตายแล้ว บักพลพาแหม่มกลับมาขอขมา

เลิฟยูโคกอีเกิ้ง

 แต่ผีจอห์นนี่ก็ยิ่งเฮี้ยนเล่นงานบักพลและครอบครัวหนัก บักพลจึงต้องพิสูจน์ความรักให้ว่าที่พ่อตาเห็นด้วยการเดิมพันชกมวยล้างหนี้ของบักจอห์นนี่ โดยมีแหม่มกับค่ายมวยศ.โคกอีเกิ้งของจอห์นนี่ และศักดิ์ศรีของชาวโคกอีเกิ้งเป็นเดิมพัน ศึกครั้งนี้ของบักพลช่างใหญ่หลวงนักเรียกได้ว่าหนังได้ทำการเซอร์วิสคนดูได้อย่างเต็มอัตรา เห็นได้จากการยัดใส่มุกคลาสสิกต่างๆ เข้ามา ที่แม้จะดูเชยไปสักหน่อยในยุคนี้ แต่ก็เห็นผลลัพธ์ได้ชัดว่ามุกอมตะพวกนี้…น่าจะยังยังเวิร์กกับกลุ่มคนดูหนังไทยในปัจจุบันอยู่ ลายเส้นที่เห็นชัดเจนจากผู้กำกับ ธงชัย ประสงค์สันติ ก็ถือก็หยิบเอาประสบการณ์ส่วนตัวมาใส่เอาไว้ ผู้กำกับเคยเป็นนักแสดงที่คร่ำหวอดในวงการมานาน เล่นหนังตลก-หนังผีมาก็เยอะ 

ดั้งนั้นเขาจึงเอาประสบการณ์ที่เคยผ่านมาของเขามาหยิบใส่หนังเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่ทำให้ภาพที่ออกมาใน Love U โคกอีเกิ้ง กลายเป็นความครื้นเครงเชิงอลหม่านเต็มไปหมด ประหนึ่งเป็นการหยิบเอาจักรวาลหนังบ้านผีปอบกับผีแม่ม่ายมายำๆ ให้ทันสมัยขึ้นมาหน่อย แต่ก็ไม่ลืมที่จะให้กลิ่นอายความคลาสสิกเก่าๆ มาใส่เอาไว้ ที่เห็นได้ว่าก็ยังเป็นจุดที่ทำให้คนดูยังรู้สึกเอ็นจอยกับมุกเก่าๆ ที่ไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้มาสักพักใหญ่แล้ว ทำให้เราได้เห็นบรรดาฉากเชยๆ อย่าง ผีตุ่มน้ำ, ผีขี่คอ หรือ ผีสิงรถ ออกมาเยอะแยะไปหมด แม้จะเชยแต่คนดูยังหัวเราะ

Love U Kohk-E-Kueng

หลังจากเราดู หนังชนโรงHD จบแล้วบอกเลยไม่แย่นะ จะว่าไป Love U โคกอีเกิ้ง ก็เป็นหนังที่จับนั่นจับนี่มาผสมปนเปและคลุกๆ เข้าด้วยกัน เหมือนกินยำรวมมิตรที่ต้องมาลุ้นว่าจะอร่อยหรือไม่ แม้ว่าเมนูจานนี้ออกมาแล้วจะยังพอทานได้ แต่ก็ถือว่ายังให้รสชาติที่ขัดๆ อยู่ประปราย แต่ก็ยังถือว่าหนังยังชูและขับคาแรกเตอร์หลักๆ ของคู่พระนางออกมาได้ดีอยู่ โดยเฉพาะในด้านความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่ยังเน้นและขยายออกมาได้ค่อนข้างน่าพอใจก็เป็นหนังไทยที่ยังคงมาตรฐานความเป็นหนังตลกไทยแบบที่คุ้นเคย มีทั้งผีและมุกคลาสสิกที่กลับมาให้เห็น แม้ว่าแก่นสารของหนังจะค่อนข้างล้มเหลวในการสื่อสารก็ตาม เพราะบทหนังยังเป็นจุดอ่อนหลัก แต่หนังก็สร้างความเอ็นเตอร์เทนให้กับคนดูได้อย่างเต็มที่ นับว่าเป็นการหยิบเอาละครมาหยิบมาขยายบนจอใหญ่อีกเรื่อง ที่อย่างน้อยก็ไม่ซ้ำจากฉบับละคร ก็ถือว่าเป็นหนังที่ดูได้เพลินๆ กับทีมนักแสดงที่เล่นเข้าขากันได้อย่างลื่นไหล เป็นภาพยนตร์ไทยที่สอบผ่านนะแม้ไม่สมบูรณ์เท่าไร

Intruder | อย่าให้ยูจินเข้าบ้าน (2020) 

Intruder

Intruder | อย่าให้ยูจินเข้าบ้าน (2020) 

วันอาทิตย์ไม่ได้ทำงานก็อยากหาอะไรๆสนุกดูเลยมองหา หนังชนโรง มาดูเห็นว่าช่วงนี้ที่เกาหลีใต้อุตสาหกรรมภาพยนตร์บ้านเขากำลังบูมๆ หนังหลายเรื่องที่ทำออกมาในช่วงปีหลังๆล้วนประสบความสำเร็จทั้ง Burning , Along with the Godsทั้งสองภาค , Gonjiam: Haunted Asylum และ Parasite ที่เพิ่งไปชนะภาพยนตร์ยอดเยี่ยมที่ออสการ์มา พูดแล้วก็เสียดายอยากให้ทิศทางอุตสาหกรรมภาพยนตร์บ้านเราเป็นแบบเขาบ้าง ด้วยความที่เป็นคนที่ชอบหาอะไรคลายเครียดดูก็เลยหารายไรวาไรตี้เกาหลีมาดูเราเลยติดรายการ Runningman มากๆ ซึ่งในรายการก็มีสมาชิก 8 คนในวงการบันทาง แต่หนึ่งในคนที่ดูโดดเด่นขึ้นมาคงหนีไม่พ้น จีฮโย หรือมงจี แม่สาวแห่ง Runningman ซึ่งนอกจากเธอจะเป็นพิธีกรแล้วเธอยังเป็นนักแสดงมืออาชีพที่เก่งมากๆคนหนึ่งในเกาหลีใต้ ผมได้มาเห็นเธอเล่นภาพยนตร์เรื่อง Intruder อย่าให้ยูจินเข้าบ้าน ผมไม่รอช้าที่เปิดดูแค่โปสเตอร์ก็ไม่น่าไว้วางใจแล้วดุสลัดคราบแม่ทัพจาก Runningman ออกไปเลย

Intruder อย่าให้ยูจินเข้าบ้าน เป็นหนัง ระทึกขวัญ Thriller สยองขวัญ Horror เรื่องราวเริ่มขึ้นในประเทศเกาหลีใต้ คังซอจิน เป็นสถาปนิกที่สูญเสียภรรยาไปเมื่อเกือบ 6 เดือนก่อนจากอุบัติเหตุชนแล้วหนี เขาจมอยู่กับความเศร้าโศกที่ไม่พบตัวคนร้ายที่รับผิดชอบ เขาต้องดิ้นรนเลี้ยงดูดูแล เยนา ลูกสาวของเขาที่ยังไม่รู้เรื่องการตายของแม่ ซอจินได้รับโทรศัพท์จากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่อ้างว่าพบน้องสาวของเขาที่หายไปนานหลังจาก 25 ปี คังยูจิน เขาไปพบเธอ 

อย่าให้ยูจินเข้าบ้าน

แต่ไม่มีความทรงจำที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่เธอถูกลักพาตัว ครอบครัวเลยไปพบยูจินครอบครัวตกลงให้ยูจินมาอยู่ที่บ้านคอยดูแลแม่ ในไม่ช้ายูจินก็ได้รับชัยชนะใจครอบครัวของซอจิน พ่อแม่และลูกสาวของซอจินเริ่มทำตัวแปลกไปกับเขาและแทนที่จะฟังแต่สิ่งที่     ยูจินพูดเพียงคนเดียว ซอจินเริ่มสงสัยและสงสัยว่าเธอเป็นน้องสาวที่หายไปของเขาจริงหรือไม่ ตำรวจแจ้งเขาเกี่ยวกับหลักฐานใหม่ในอุบัติเหตุของภรรยาของซอจิน ซอจินเริ่มสังเกตเห็นยูจินในภาพในหัวของเขาทำให้เขาสงสัยมากขึ้นไปอีก เขาปรึกษาเพื่อนจิตแพทย์เรื่องการบำบัดด้วยการสะกดจิต เขาเห็นคนขับรถที่ชนภรรยาและยูจิน อยู่ในภาพนั้น เขาไปที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแต่พบว่ายูจินโกหก เขาจึงเปิดเผยเรื่องนี้กับครอบครัวด้วยความโกรธแค้น ยูจินขอโทษและบอกว่าเธอต้องการสร้างความประทับใจที่ดี แม่ของพวกเขาเป็นลมและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลซึ่ง ซอจินนำเส้นผมของ ยูจิน มาได้เขานำตัวอย่างไปตรวจวิเคราะห์ดีเอ็นเอ 

คืนหนึ่งซอจินได้รับโทรศัพท์จากนายหน้าว่ามีใครบางคนอยู่ในบ้านเก่าของเขา เมื่อเขาไปถึงที่นั่นเขาพบศพของอดีตแม่บ้านซอจินเป็นลมหมดสติ เขาตื่นขึ้นมาและบว่าตนเองถูกมัดโดยมัดชายที่ฆ่าภรรยาของเขา ก่อนที่เขาจะพบว่าเขาและครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้องกับลัทธิประหลาดลัทธิหนึ่งที่ยูจินอยู่ สุดท้ายพวกเขาจะหนีออกมาสำเร็จหรือไหม และยูจินคือน้องสาวของเขาจริงๆหรือไหม

Intruder

จากการที่เราได้ดู หนังชนโรง เรื่องนี้ก็พบว่าเรื่องนี้สามารถเล่าเนื้อเรื่องออกมาได้ดีเราเคว้งเหมือนพระเอกเลยเดาไม่ถูกว่าเรื่องทั้งหมดจะลงเอยยังไงรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเลย เรียกได้ว่าบทเขาสุดยอดมาก ด้านเทคนิคภาพยนตร์ก็ทำได้ดีสร้าง บรรยากาศให้น่ากลัวน่าสงสัยดูลึกลับ ภาพก็สุดยอดมาก นักแสดงก็ดีทุกคนเลยโดยเฉพาะ จัฮโยที่ดูแล้วก็แอบคนลุกนะพอดูเรื่องนี้จบเราหาหนังอื่นๆดูในเว็บหนังชนโรงเลย เรื่องนี้ทำเราร้องว้าวมากๆ ยอมใจคนคิดเรื่องนี้หลังจากนี้เวลาดูรายการ Runningman คงมองแม่ทัพจีฮฌยเปลี่ยนไปแน่นอน

Jack Reacher 1 | ยอดคนสืบระห่ำ ภาค 1 (2012)

Jack Reacher 1

Jack Reacher 1 | ยอดคนสืบระห่ำ ภาค 1 (2012)

“Suspense Films” คือหนังที่กระตุ้นให้คนดูเกิดความจดจ่อ อยากรู้อยากเห็น ซึ่งจะมีการปกปิดเงื่อนงำ ความลับ และข้อสงสัยต่างๆ หนังชนโรง โดยหนังประเภทจะเรียกว่า “หนังสืบสวน” ซึ่งสามารถสร้างสิ่งกระตุ้นเหล่านี้ได้จากการใช้ดนตรีประกอบ, การใช้มุมกล้อง, การใช้เเสงเงา, เเละการทำจุดหักเหของพล็อตเรื่องซึ่งเป็นองค์ประกอบที่หนังสืบสวนส่วนใหญ่มักใช้กันอยู่บ่อยครั้ง Jack Reacher 1  ยอดคนสืบระห่ำ ภาค 1 เองก็เป็นหนึ่งในนั้น

Jack Reacher 1 ยอดคนสืบระห่ำ ภาค 1  เป็นภาพยนตร์แนว แอคชั่น Action เป็นเรื่องราวของอดีตผู้พันกองทัพบกสหรัฐฯ ที่เข้ามาช่วยสืบหาความจริงในคดีหนึ่ง ซึ่งความจริงก็คือมันเป็นเพียงการจัดฉากที่เมื่อ แจ็ค รีชเชอร์ ได้รู้ความจริงเขาจึงคิดหยุดแผนการนี้ โดยหนังเปิดฉากมาท่ามกลางความวุ่นวายในใจกลางเมือง มีคนร้ายที่เป็นมือปืน กำลังเล็งปืนเพื่อเลือกหาเหยื่อ แล้วก็เริ่มลงมือสังหารผู้คนที่เขาอยากฆ่า จากเหตุการณ์นี้ทำให้มีคนตายไปทั้งหมดจำนวน 5 คน หลังจากนั้นตำรวจก็ได้เข้ามาสืบสวนในที่เกิดเหตุจนพบหลักฐานชิ้นสำคัญหลายๆ อย่าง จากหลักฐานที่ได้ตรวจสอบพบว่าคนร้ายคืออดีตสไนเปอร์ทหารฝีมือดีนายหนึ่งที่เคยรบอยู่ที่อิรัก และต่อมาตำรวจก็ได้นำกำลังไปบุกจับคนร้าย

ยอดคนสืบระห่ำ ภาค 1

ตำรวจเริ่มสอบปากคำคนร้าย และให้คนร้ายเซ็นรับ ซึ่งคดีนี้ที่ดูเหมือนจะจบลงง่ายๆ แต่ปรากฏว่าคนร้ายไม่ได้เซ็นรับ และเขียนไว้ว่าให้ตามหา Jack Reacher จากนั้นตำรวจเริ่มสืบหาข้อมูลของ Jack Reacher และทันทีที่ตำรวจกำลังคิดจะวางแผนหาตัวของ Jack Reacher มีเลขาตำรวจเคาะประตูเข้ามาแล้วพูดว่า “Jack Reacher มาขอพบ” แล้วพระเอกก็เดินเข้ามาในห้องแล้วพูดชื่อคนร้าย จากนั้นพวกเขาก็ไปเยี่ยมคนร้ายคนนั้นเนื่องจากเขาถูกนักโทษด้วยกันรุมทำร้าย ซึ่งตำรวจก็เข้าใจว่า Jack Reacher จะมาเป็นพยานให้คนร้ายในคดีนี้ แต่บอกเลยว่าเข้าใจผิด เพราะ Jack Reacher ตอบไปว่า ป่าว ไม่ใช่เลย แล้วเขาก็เดินออกไป

หลังจากที่เขาเดินออกไป ทันใดนั้นเองเขาก็ได้พบกับทนายสาวที่เป็นนางเอกของเรื่องนี้ จึงได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับคนร้าย จากนั้น แจ็ค รีชเชอร์ ก็ได้สืบหาหลักฐานและแรงจูงใจของคนร้ายตลอดทั้งวัน และเขาก็สังเกตุได้ว่า มีคนสะกดรอยตามเขาอยู่ เรื่องราวการสืบหาหลักฐานในเรื่องนี้เข้มข้นมากจริงๆ เพราะชื่อก็แสดงจุดยืนชัดเจนอยู่นะว่า ยอดคนสืบระห่ำ ฉากบู๊มีน้อยแต่ก็มี ส่วนความพิเศษของ แจ็ค รีชเชอร์ คือตัวนวนิยายเองก็ไม่ได้เล่าเรื่องราวเรียงตามลำดับเวลา เพราะฉะนั้นผู้ชมสามารถทำความเข้าใจในเรื่องราวได้อย่างแน่นอน ภาพจะตัดไปที่พระเอกบ้างนางเอกบ้าง

Jack Reacher 1

ดูเสร็จแล้วบอกได้เลย หนังชนโรงHD โคตรดีเลย หนังสนุกกว่าที่เราคาดไว้มาก มีส่วนที่ดูแล้วรู้สึกดีก็เยอะ ดูแล้วรู้สึกโดนก็มาก พอคิดสรุปยอดแล้วก็บอกได้ว่าชอบหนังเรื่องนี้เข้าจนได้จุดแรกที่โดนคือตอนเปิดเรื่องครับ เราจะได้เห็นมือปืนซุ่มยิงนายหนึ่งกำลังเล็งแบบผ่านๆ เดี๋ยวก็ไปส่องแม่ที่อุ้มลูกน้อยอยู่ จากนั้นก็ไปส่องชายหนุ่มที่กำลังนั่งเหม่ออยู่บนม้านั่ง ส่องไปที่หญิงสาว Working Woman ที่กำลังก้าวฉับๆ อย่างมุ่งมั่นสไนเปอร์คนนี้ส่องไปส่องมาสักพัก ปรากฏว่านาทีต่อมาพี่แกยิงผู้คนแถบนั้นเป็นว่าเล่น… ตายไป 5 ศพ เราเกิดคำถามในทันทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมหมอนี่ต้องยิงคนตามถนน? หนังสร้าง คาแรคเตอร์ได้น่าสนใจ ความเป็นนายแจ็คนี่แหละครับที่ถือเป็นคาแรคเตอร์นักสืบแบบที่ไม่ค่อยได้พบเจอบนจอหนังมานานมากแล้ว การดูนายแจ็คออกโรงสืบคดี นอกจากจะสนุก มีปมน่าติดตามแล้ว ก็ได้มุมคิดหลายอย่างจากกระบวนการสืบการคิดแบบนายแจ็คแบบที่เราบอกไปนั่นแหละครับ แต่ก็ต้องบอกก่อนว่าตัวหนังไม่เน้นแอ็กชันมาก มีเท่าที่จำเป็นซึ่งนั่นทำให้หนังออกมาพอเหมาะCruise ถือว่าลื่นไปได้กับบทแจ็ค รีชเชอร์ เป็นหนังอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดเลยของดีเต็มหนัง

Green Lantern | กรีน แลนเทิร์น (2011)

Green Lantern

Green Lantern | กรีน แลนเทิร์น (2011)

หนังที่ประสบความสำเร็จก็ไม่ใช่ว่าจะสร้างความพึ่งพอใจให้กับนักแสดงที่ร่วมงานด้วย แต่บางครั้งดาราเหล่านั้นก็ไม่อยากจะพูดมาก เพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อหนัง หรืออนาคตในวงการบันเทิงของพวกเขา อย่างไรก็ตาม ยังมีดาราบางคนที่กล้าจะยอมรับความจริง หนังชนโรง และออกมายืนยันถึงความไม่พอใจกับหนังบางเรื่องที่พวกเขาเล่น ไม่ว่าจะเกิดจากการทำไปโดยความคะนองอย่างกรณีของ แชนนิ่ง ทาทั่ม ที่แสดงเพราะคิดว่ามันเจ๋ง รวมไปถึง เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน ที่ต้องแสดงเพราะสัญญาผูกมัด ไรอัน เรย์โนลส์ เองก็เกลียดหนังที่ตัวเองเคยเล่นอย่าง Green Lantern กรีน แลนเทิร์น แต่ทำไมเกลียดต้องลองไปดูกัน

Green Lantern กรีน แลนเทิร์น เป็นภาพยนตร์แนว แฟนตาซี Fantasy เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อหลายพันล้านปีก่อนผู้มีชีวิตเป็นอมตะหรือที่เรียกว่าการ์เดียนได้กระจายพลังวิเศษไปตามจักรวาลต่างๆ โดยฮีโรจะถูกคัดเลือกโดยกรีนแลนเทิร์น(ที่เป็นตะเกียงไว้สำหรับชาร์จพลังกับแหวน)ฮีโรจะทำหน้าที่ดูแลแต่ละเซคเตอร์ ต่อมาพารัลแล็กซ์ที่ถูกอาบิน เซอร์จับขังอยู่ใน lost sectorทำร้ายกรีนแลนเทิร์นไปสามคนและหนีออกมาได้ พารัลแล็กซ์ก็คือกลุ่มที่ปรึกษาของพวกกรีนแลนเทิร์นที่เชื่อว่าสามารถเอาชนะความกลัวได้แต่สุดท้ายถูกความกลัวครอบงำจนกลายเป็นปิศาจ พารัลแล็กซ์ทำร้ายอาบิน เซอร์จนตกลงมายังโลก ตัดไปที่ฮาล จอร์แดน(ไรอัน เรย์โนลด์)เป็นนักบินระหว่างฝึกบินฮาลใช้เพื่อนแครอล เฟอริส(เบลค ไลฟลีย์)คู่หูเป็นเหยื่อล่อเป้า

กรีน แลนเทิร์น

 จากนั้นฮาลก็เสี่ยงขับเครื่งบินพุ่งขึ้นจนเกินขีดจำกัดและทำลายเครื่องบินศัตรูได้สำเร็จ ตอนร่อนลงจอดฮาลเกิดจิตตกคิดถึงพ่อที่เป็นนักบินเหมือนกับฮาล พ่อฮาลเครื่องบินระเบิดตายต่อหน้าฮาลตอนกำลังนำเครื่องขึ้นระหว่างฝึกบิน ฮาลถูกไล่ออกและพาลแม้กระทั่งแครอลที่เป็นลูกสาวของเจ้าของบริษัทไปด้วยที่แครอลหันมาเอาดีด้านบริหารเหมือนพ่อแทนที่จะเป็นนักบิน อาบิน เซอร์ที่ได้รับบาดเจ็บส่งแหวนออกไปตามหาผู้ที่เหมาะสมจะเป็นฮีโรคนต่อไป ฮาลถูกพลังของกรีนแลนเทิร์นดูดไป อาบินให้แหวนกับฮาลก่อนตายสั่งเสียไม่เท่าไหร่แค่บอกว่าฮาลถูกเลือกและให้กล่าวคำปฏิญาณแล้วอาบินก็ตาย ฮาลโทรตามเพื่อนพอเพื่อนมาถึง ทางกองทัพส่งกองกำลังมาพอดีฮาลกับเอนเลยขับรถหนี ที่บ้านฮาลพยายามจะนึกคำปฏิญาณสารพัดแอบจิกกัดเรื่องอื่นนิดหน่อย 555 แต่สุดท้ายก็พูดออกมาได้เอง กรีนแลนเทิร์นก็ส่งแสง ต่อมาฮาลมีเรื่องกับอันธพาลฮาลต่อยทีเดียวพวกนั้นกระเด็นไปหมด ฮาลเริ่มรู้ตัวว่ามีพลังวิเศษและบินได้ ฮาลลอยสูงขึ้นจนไปถึงฐานบัญชาการ ฮาลเจอกับฮีโรสายพันธุ์ปลาแรด ฮาลต้องฝึกการต่อสู้ก่อนจะกลับมายังโลก ซีเนสโตร(มาร์ค สตรอง)คิดว่าแหวนเลือกผิด 

เพราะไม่ค่อยพอใจฮาลที่เป็นมนุษย์คนแรกที่ได้รับเลือกเป็นฮีโร ซีเนสโตรบอกว่ามนุษย์เป็นพวกชอบเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลและขอเป็นคนฝึกสอนฮาลเอง ตัดไปที่เฮกเตอร์ แฮมมอนด์(ปีเตอร์ ซาร์สการ์ด)ลูกชายหัวหน้าหน่วยราชการลับที่เก็บศพกับซากยานของอาบิน เซอร์ไปวิจัย เฮกเตอร์(ได้เส้นของพ่อ ตอนแรกเฮกเตอร์ไม่รู้)ถูกเชิญให้ไปชันสูตรศพอาบิน เซอร์ เฮกเตอร์สัมผัสถูกผงสีเหลือง(ซึ่งเป็นสีแห่งความกลัว)เข้าหลังจากนั้นร่างกายของเฮกเตอร์ก็เริ่มมีปฏิกิริยาแปลกๆเริ่มจากได้ยินเสียงความคิดคนอื่นและเริ่มมีพลังเหนือมนุษย์ หลังจากที่เฮกเตอร์รู้ว่าพ่อใช้เส้นทำให้ได้ไปพิสูจน์ซากมนุษย์ต่างดาวเฮกเตอร์ก็เริ่มเข้าสู่ดาร์คไซด์ เรื่องราวจะเป็นไงต้องไปดูกัน

Green Lantern

หลายคนว่า ไม่ประทับใจกับหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องนี้สักเท่าไหร่เลยบอกตรงๆ จะว่าไป หนังชนโรงHD ภาคกำเนิดซูเปอร์ฮีโร่ก็คงไม่สามารถจะเล่าอะไรให้สนุก หรือแปลกพิสดารไปได้มากกว่านี้อยู่แล้ว สำหรับเรา ไม่มีอาการง่วงหาวระหว่างดู มีความสุขกับภาพสวยๆ ที่เขาทำให้ชมอีกต่างหาก ฉากลุ้นๆ มีพอสมควร หลายฉากที่ทำให้เรานั่งลุ้นตามไปด้วย แม้เราจะเดาเรื่องได้ทั้งหมด แต่การคิดอะไรไปก่อนก็คือการคาดหวังในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจะทำให้คุณดูหนังได้สนุกน้อยลงไปพอสมควรเลยนะ เราว่า  CG ดีนะเป็นจุดเด่นของเรื่องทีมนักแสดงก็ดีดีหมดยังเว้นบท บทนี้ทำให้ทุกอย่างในเรื่องดูแย่ไปเลย