A Werewolf Boy | วูฟบอย (2012)

A Werewolf Boy

A Werewolf Boy | วูฟบอย (2012)

พอพูดถึงพระเอกเกาหลีที่มาแรงแซงทางโค้งคงหนีไม้พ้นชายที่ชื่อ ซงจุงกิ  เป็นอีกหนึ่งปีที่แฟนๆ จะได้เห็นผลงานของ ซงจุงกิ กันแบบจุใจ ตั้งแต่ Space Sweepers ภาพยนตร์ เว็บหนังHD ไซไฟฟอร์มยักษ์ของ Netflix ต่อด้วย Vincenzo ที่กำลังโด่งดังในช่วงนี้เป็นกระแสทั่วบ้านทั่วเมือง ไปไหนก็มีแต่คนพูดถึงวันนี้เราก็เลยอยากแนะนำภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องที่เขาว่ากันว่าเป็นภาพยนตร์ที่ทำให้ซงจุงกิดังเป็นพลุแตก กับภาพยนตร์น่ารักๆ เรื่อง  A Werewolf Boy วูฟบอย จะน่ารักดูแล้วอมยิ้มหรือไหมต้องลงไปดูกัน

A Werewolf Boy วูฟบอย เป็นภาพยนตร์เกาหลีใต้แนว โรแมนติก Romance หนังเริ่มเรื่องที่คุณยายซุนอีซึ่งอาศัยอยู่กับครอบครัวอบอุ่นที่อเมริกา เธอได้รับโทรศัพท์จากเกาหลีว่าจะขายบ้านหลังเก่าในวัยเด็กของเธอ ทำให้เธอต้องรีบเดินทางมาเกาหลี โดยมีหลานสาว อึนจู ที่เรียนอยู่เกาหลีพาไปบ้านหลังนั้นที่อยู่ในชนบทห่างไกล เรื่องราวในอดีต 47 ปีที่แล้วที่เกิดขึ้น ณ ที่นี่ จึงถูกเล่าเรียงออกมาซุนอี (รับบทโดย พัคโบยอง) เด็กสาววัย 17 สุขภาพปอดไม่ดี เรียนไม่เก่ง มีนิสัยค่อนข้างเก็บตัว แม่พาย้ายมาอยู่ชนบทเพื่อรับอากาศดีๆ ตามคำแนะนำของหมอ พ่อของเธอเคยเป็นนักธุรกิจแต่เสียไปแล้ว เธอจึงอยู่กับแม่ซึ่งเป็นนักเขียนอิสระ (รับบทโดย จางยองนัม) และน้องสาว คือ ซุนจา ( รับบทโดย คิมฮวางกี)จีแท (รับบทโดย ยูยอนซอก) ลูกชายของเจ้าของบ้านหลังนี้ พ่อของเขาก็คือพาร์ทเนอร์ธุรกิจของพ่อซุนอี

วูฟบอย

 ที่ซุนอีรู้อยู่เต็มอกว่าโกงพ่อของเธอ จีแทเป็นหนุ่มสไตล์เมืองกรุงขี้โอ่ เห็นแก่ตัว ใจร้าย ขี้อิจฉา ชอบวางอำนาจ แต่เขารักซุนอี หวังจะได้แต่งงานกับเธอ  จึงขยันมาป้วนเปี้ยนยุ่มย่ามกับครอบครัวเธอเป็นกิจวัตร ซึ่งกลายเป็นการสร้างความรำคาญใจให้ซุนอีซะมากกว่าวันหนึ่ง ที่โรงเก็บของข้างๆ บ้าน ซุนอีพบเด็กหนุ่มสภาพจรจัดคนหนึ่ง มีลักษณะพฤติกรรมกึ่งสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การกิน การไม่พูด มีแต่สายตาระแวงภัยตลอดเวลา แต่ทั้งตำรวจและสำนักราชการประจำหมู่บ้านก็ไม่สามารถหาทางออกหรือจัดที่ไปให้เด็กหนุ่มคนนี้ได้ในทันที  

แม่ซุนอีผู้โอบอ้อมจึงให้เขาอยู่ด้วยกันไปก่อนชั่วคราว ด้วยความสงสาร คิดว่าคงเป็นเด็กถูกทอดทิ้งจากภาวะสงคราม และตั้งชื่อให้สมาชิกใหม่ในครอบครัวคนนี้ว่า ชอลซูชอลซูถูกจับไปอาบน้ำอาบท่า ตัดผม ใส่เสื้อผ้าใหม่ รูปลักษณ์ภายนอกดูดีขึ้นละ  แต่เมื่อสมาชิกใหม่มาร่วมโต๊ะอาหาร ความโกลาหลก็เกิด เพราะสัญชาติญาณการกินที่มูมมามน่ากลัว ความระแวงคนที่ทำให้ใครเข้าใกล้ไม่ได้ ซุนอีจึงคิดสอนเขาให้สามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนปกติได้ ด้วยใช้ตำราฝึกเลี้ยงสุนัข  จนสามารถสั่งให้ทำ สั่งให้หยุด และมีรางวัลลูบหัวชมเชยที่ถูกใจชอลซูอย่างมาก การใช้ชีวิตร่วมกันจึงเป็นไปได้ราบรื่นขึ้น ชอลซูเรียนรู้อะไรใหม่ๆ มากมายจากซุนอี เชื่อฟังซุนอีทุกอย่าง สามารถวิ่งเล่นตามซุนอี ซุนจาและเด็กๆเพื่อนบ้านได้อย่างกลมกลืนสนุกสนาน

A Werewolf Boy

หลังจากเราชมภาพยนตร์  เว็บหนังภาพคมชัด เรื่องนี้จบสำหรับเราเราว่าเรื่่องนี้ ถ้าให้พูดกันตามจริง มันอาจจะดูเฉยๆ แต่พอได้ดูมันก็แอบสนุกกว่าที่คิด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดูแล้วเครียดนะมันเครียดแทนตัวละคร สำหรับเนื้อหาและการออกแบบตัวละคร เป็นอะไรที่ใหม่มาก ตั้งแต่ดูหนังมายังไม่เคยเจอพระเอกคาแรคเตอร์ เรื่องราวแบบนี้เลย ส่วนปมเรื่อง เราไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ สงสารพระเอก เรื่องนี้โดยรวม เราก็ชอบนะ โดยเฉพาะครึ่งแรกของเรื่องนะ ปูมาได้ดีเล่าได้สนใจแต่พอเข้า ครึ่งหลังเริ่มน่ารำคาญแหละ เราว่าบทมันสดใหม่แต่ก็แอบไม่สนุกเท่าที่ควร ด้านเทคนิคภาพยนตร์ทำได้ดีตามมาตรฐานยกเว้นงานภาพที่แอบเฉิ่มๆ ไปนิดแต่ด้านอื่นไม่แย่ รวมๆ เราว่าเป็นอีกเรื่องที่สนุกน่ารักอาจจะไม่ได้ดีจัดๆแต่พอดุเพื่อความบันเทิงได้