Bridge To Terabithia | สะพานมหัศจรรย์ (2007)

Bridge To Terabithia

Bridge To Terabithia | สะพานมหัศจรรย์ (2007)

งานเขียนอย่างแฮร์รี พ็อตเตอร์เป็นเหมือนกับการปฎิวัติวงการวรรณกรรมเยาวชนทั้งปวง ด้วยการสร้างโลกแห่งจินตนาการอันใหญ่โตของเวทมนตร์จนกลายเป็นหนังสือที่มีแฟนๆ ชื่นชอบกันทั่วโลกแต่กาลเวลาผ่านไป หนังชนโรง เมื่อแฮร์รีโตขึ้นเรื่อยๆ ทิศทางของเนื้อหาในเล่มหลังๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย จากวรรณกรรมเด็กที่มีจุดเด่นด้านการหักมุม ความซับซ้อนของมันมากขึ้นจนจุดเด่นด้านหลังจะมีมากกว่าการเป็นวรรณกรรมสำหรับเด็กเข้าไปทุกที ซึ่งในฐานะนักอ่านผู้ใหญ่อย่างผมจะชอบมากๆ และหวังว่าหลังจากเสร็จงานเขียนสำหรับเด็กอย่างแฮร์รี พ็อตเตอร์ในเล่มที่ 7 ที่จะวางขายเร็วๆ นี้แล้ว เจ.เค.โรว์ลิง น่าจะประสบความสำเร็จในงานเขียนระดับ “ผู้ใหญ่” ได้เป็นอย่างดี Bridge to Terabithia เมื่อเทียบกับแฮร์รี พ็อตเตอร์ในยุคปัจจุบันนั้นดูจะแตกต่างกันมาก เพราะมันไม่ใช่ผลงานที่จะทำให้เด็กนับล้านหันมาอ่านวรรณกรรมเหมือนกับเรื่องราวของพ่อมดน้อย แต่ใจความสำคัญของ Bridge To Terabithia สะพานมหัศจรรย์ นั้นเทียบได้กับหัวใจสำคัญของวรรณกรรมเยาวชนทุกเรื่องเลยทีเดียว จนเราอยากแนะนำเวอร์ชั่นหนังให้ดู

Bridge To Terabithia  สะพานมหัศจรรย์ ภาพยนตร์แนว  แฟนตาซี Fantasy เป็นเรื่องราวของ เจซ คือเด็กผู้ชายที่เข้ากับใครไม่ได้ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน จนกระทั้งเขาได้มาเจอกับ เลสลี นักเรียนหญิงคนใหม่ของโรงเรียน แม้จะไม่ถูกชะตากันในตอนแรก แต่ไม่นานทั้งคู่ก็กลายเป็นเพื่อนรักกัน เลสลีชอบเล่าเรื่องราวมหัศจรรย์ ส่วนเจซชอบวาดรูป ซึ่งเขาไม่เคยบอกใครกระทั่งได้พบเธอ เลสลีเปิดโลกแห่งจินตนาการให้เจซ พวกเขาร่วมกันสร้าง “ทีราบิเธีย” อาณาจักรลับสุดมหัศจรรย์ที่ทั้งคู่เดินทางเข้าไปโดยการโหนเถาวัลย์ข้ามแม่น้ำใกล้บ้าน ที่นั่น พวกเขาตั้งตนเป็นผู้ครองดินแดน ต่อสู้กับจอมวายร้ายและสมุน และช่วยกันวางแผนรับมือพวกชอบรังแกที่โรงเรียน มิตรภาพที่มีต่อเลสลี่ทำให้เจซเปลี่ยนไปตลอดกาลในช่วงแรกหนังดำเนินเรื่องตามสูตรของหนังครอบครัวทั่วไป 

สะพานมหัศจรรย์

โดยมีเจซเป็นเด็กชายที่แสนจะทุกข์ยาก ที่บังเอิญได้มาเจอกับ เลสลี ที่เปรียบได้ดั่งนางฟ้าที่มาทำให้ชีวิตที่เส็งเคร็งของเขามีอะไรขึ้นมาเจซซึ่งชอบถ่ายทอดจินตนาการด้วยการวาดรูปในสมุดพก แต่ถูกเลี้ยงดูโดยคุณพ่อที่พกความเป็นจริงของโลกใบนี้อยู่ในกระเป๋าเสมอ และพร้อมที่จะหยิบมันให้กับทุกคนที่เขารู้จัก โดยเฉพาะลูกชายช่างฝันแต่ไม่มั่นในตัวเองอย่างเจซ ที่เขาเป็นห่วงที่สุดว่าการเป็นคนช่างฝันของเขาจะมีปัญหาต่อการเผชิญหน้ากับความเป็นจริงต่างๆ ในโลกแต่การได้พบกับเลสลีได้ทำให้เขามีกำลังใจในความฝันของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเขาได้รู้ว่ามันไม่มีความแตกต่างกันเลย กับการที่เลสลีจะสร้างเรื่องต่างๆ จากจินตนาการของเธอเองออกมาเล่าเป็นตุเป็นตะ เพราะตอนที่เขาเขียนรูปต่างๆ ลงไปในสมุดพก เขาก็ไม่เคยเห็นสิ่งเหล่านั้นมาก่อนเหมือนกัน มีเพียงจินตนาการเท่านั้นที่พาเขาไป

สำหรับเรื่องของ CGI นั้นถ้าใครจะมาดูจากเรื่องนี้อาจจะผิดหวัง เพราะมันไม่ได้มีมากเหมือนกับที่หน้าหนังเอามาให้ดู แต่มันมีเท่าที่จำเป็นต่อการเล่าเรื่อง และทำได้อย่างสมบูรณ์ ต่างจากหนังที่เข้าโรงช่วงเดียวกันอย่าง 300 ที่โชว์ CGI ขั้นสุดยอด แต่ขาดการเล่าเรื่องที่คู่ควรกับเทคนิคดังกล่าวไปอย่างน่าเสียดาย (แต่แฟนหนังสงครามยุคโบราณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง)และแม้ Bridge to Terabithia จะเป็นหนังที่เหมาะกับผู้ปกครองที่จะใช้มันเป็นสิ่งปลูกฝังจินตนาการให้กับเด็กๆ 

Bridge To Terabithia

แต่กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงที่ หนังชนโรงHD เรื่องนี้ต้องการสื่อถึงก็คือตัวผู้ใหญ่นั้นเองเพราะการเป็นผู้ใหญ่ทำให้เราต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคมากมายในชีวิต ซึ่งเป็นอาจจะเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นที่เราจะใช้เป็นที่หลบหนีความฝันของเราเองแต่คงไม่ผิดถ้าเราจะใช้ช่วงเวลาเล็กๆ กลับไปยังดินแดนที่แสนวิเศษของเราอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะเติมพลังในชีวิตในการต่อสู้กับความเป็นจริงที่โหดร้ายของโลกต่อไปและถ้าเชือกที่ใช้พาคุณข้ามไปสู่อีกฝั่งของความฝันมันเล็กเกินไปแล้วล่ะก็ อย่าให้น้ำหนักตัวของคุณมาเป็นอุปสรรค จงหาหนทางอื่นที่จะนำคุณไปสู่ดินแดนแห่งนั้น บทดีนักแสดงก็ดีนะ